วันอาทิตย์ที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552

japan town

ทางไปเจแปนทาวน
"เจแปนนิส ทาวน์" ตั้งอยู่ในซอยสุขุมวิท 33/1 การเดินทาง สามารถนั่งรถไฟฟ้ามาลงที่สถานีพร้อมพงษ์ แล้วเดินลงมาทางฝั่งตรงข้ามห้างสรรพสินค้าเอ็มโพเรีย ม จากนั้นเดินย้อนไปทางสถานีอโศก ก็จะเห็นซอยสุขุมวิท 33/1 อยู่ทางขวามือ ตรงข้ามกับสวนสาธารณะเบญจศิริ หรือหากจะนั่งรถประจำทางมาก็มีรถประจำทางปรับอากาศสา ย ปอ.1, 8, 11, 13, 16 และรถประจำทางสาย 2, 23, 25, 38, 40, 48, 98 ผ่าน

บอกสถานที่ของคนกรุงไปแล้ว
ก้อไปเจอเวบหนึ่งที่เล่าถึงคนยี่ปุ่นที่เหนืออย่างเมืองเชียงใหม่
http://www.bangkokbiznews.com/2007/09/07/WW06_0611_news.php?newsid=93346
ว่างๆๆจะมานั่งอ่าน งิ
อันนนนี้ของทางใต้ก้อคือของกรุงเทพ
มีรูบด้วยแล้วๆๆจะไปแกะรอยตาม
http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=sanamluang&month=05-2008&date=09&group=3&gblog=51

http://www.soccersuck.com/soccer/viewtopic.php?p=4949131&sid=c6e89ce8e17beb510130ce37aa2a16b0


http://schoolbus.truelife.com/hangout/view/849

อันสุดท้ายแล้วอ่านตาเปียกแฉะ

วันเสาร์ที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552

อีกแล้ว นอกเรื่อง

มาคราวนี้ก้อมาระบายอีกแล้ว
ช่วงนี้เปนอะไรหนอ
ช่างมีแต่เรื่องวุ่นวายเข้ามา
ช่างเปนช่วงที่น่าเบื่อสะนี้กะไร
มานเปนอะไรที่พิสูจน์ได้ว่าเงินไม่ได้ทามให้ครายมีความสุขเลย
เหนื่อยๆๆๆๆๆเหลือเกิน
เบื่อเหลือเกินนนนนนนนนนน
เมื่อไหร่จะผ่านช่วงแย่ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆนี้ไปนะ
ยังจะมีอะไรเข้ามาอีกป่าว
จะล้มและท้อมากว่านี้อีกไหม
วุ่นวายจังเลยชีวิตฉาน
ดูสับสนในตนเอง
ไม่มีอะไรเปนช่วงเวลาเปนของตัวเองเลย
เอๆๆๆๆๆๆๆ
หรือว่าเราแบ่งเวลาไม่เปนน้า
อะไรก้อจะต้องทาม
อะไรก้อจะต้องได้
ตอนนี้คาดหวังอะไรไว้ตั้งมากมาย
เรื่องดีๆๆทั้งนั้นนะ
แต่ยังไม่เหนผลสักอย่าง
เราคงต้องจายเยนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนกว่านี้
เหมือนว่าช่วงนี้อารมณ์ ร้อน แรงไปสะทุกอย่าง
แล้วอะไรมานจะสำเรจป่าวนิ
คงต้องปลอมจายตัวเอง ว่าคงมีสักวัน
อาจา สู้ๆๆ ไฟท์ทิ้ง

วันศุกร์ที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552

'b'b

ชีวิตเปนรูบตัวยู มานกะลังค่อยทะยานขึ้น
ตอนนี้คงต้องรอๆๆๆๆๆๆ
อ่า
วันนี้เจอเวบเดดๆๆ
เรื่องที่ต้องการพอดีเลยขอเวบมาเกบไว้
สิ้นเดือนนี้เจอกาน
หุหุ
http://topicstock.pantip.com/food/topicstock/2008/05/D6577712/D6577712.html
ไปละ

วันพฤหัสบดีที่ 5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552

เห้อๆๆๆๆๆ

เหนื่อยเหลือเกิน

เมื่อไหร่น้า ที่ฉานจะชาร์ตแบตเต็มสักที

เหนื่อยจายจิง เหนื่อยกายยังไม่เท่าไหร่นะ

ตอนนี้หรอ สุดๆๆล่ะ ไม่รู้มานจะลงไปอีกป่าวนิ

เมื่อมานจะพุ่งขึ้นมา ก้อไม่รู้

จิงๆๆนะ





อีกเรื่อง ตอนนี้รู้สึกเหงามากมาย

เท่าที่นึกดูได้ก้อน่าจะเปนเพราะว่า

เมื่อก่อนงะ เราอยู่กะแม่ที่ร้านตลอด

แต่มาช่วงสองสามเดือนมานี้เราต้องอยู่ร้านคนเดียวบ่อยๆ

ยิ่งบ่อยเท่าไหร่ยิ่งรู้สึกเหงา อีกอย่างที่คิด คือยิ่งสูงยิ่งหนาวจิงๆๆ

จากคนไม่ซีเรียส ก้อต้องมาหน้าเคร่งขรึม





เมื่อก่อนก้อคิดว่าเราน่าจะอยู่คนเดียวได้

แต่มาช่วงสองสามเดือนที่เราขี้หงุดหงิด ขี้เหงามานี้

ฉานว่าฉานคงอยู่คนเดียวไม่ได้แน่

ดังนั้นฉานคงต้องไปหาเพื่อนๆๆๆๆๆๆๆ

หรือว่าคนสนิทไว้สักคนแล้ว

แต่ว่าถ้าเกิดมีไรสักอย่างให้เราต้องห่างกานอีกฉานคงแบคลั่งแน่

ขนาดไม่มียังมีความรู้สึกอย่างงั้นได้เลย

เห้อๆๆๆๆๆ อยากจะเห้อสักร้อยพันหน

ให้ช่วงเวลาแย่นี้จบลงและผ่านไปเรวๆๆจัง

ขออีกสักรอบ เห้ออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออ

ดูเหมือนมานก้อมีสิ่งดีๆๆซ่อนอยู่นะ
เช่น ปีนี้ได้ไปลอยกะทงกะเพื่อนๆๆอีม
ลอยสิ่งที่ไม่ดีๆๆออกไป
ยังมีอีกอย่างที่อยากทำก้อคือปล่อยโคมลอย
ปีหน้าคิดว่าจะได้ทำอะนะ
ส่วนเรื่องที่สองก้อเพื่อนไห้หนังฉานมาดู
เปนรายการ การแต่งงานอะ ดูแล้วน่าร้ากมากเยย
คนอะไรไม่รู้ยิ่งดูยิ่งหน้ารักเปนบ้า
สุดท้ายเรื่องราวแย่ๆๆของฉานจะเปนไงต้องใช้เวลาพิสูจน์และเรียนรู้กานไป
บาย

วันอังคารที่ 3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552

ระบายอีกแล้ว

ร้างราเขียนบลอกไปนาน
คงไม่เครียดอะเลยไม่ได้มาเขียน
ถ้าช่วงไหนเครียดก้อต้องมาระบายสักหน่อย
เรื่องก้อที่บ้านอะนะ
คนงานที่บ้านเริ่มจะไม่ถูกกาน
ก้อเมื่อก่อนก้อไม่มีเคล้า
แต่คราวนี้หนักเลย
คงน้อยจายที่เราพูดว่า อยู่ไม่ได้ก้อออกเลย
เราไม่ได้จะว่าเค้าหรอก
เรากะลังพูดอยู่กะอีกคน
เค้าอาจเค้าจายว่าเราจะเข้าข้างคนอื่นอะมั่ง
เราอะนะ ไม่เข้าข้างครายแล้วบอกปัดไปว่าอย่าไปซีเรียสเรื่องไม่เปนเรื่อง
เห้อ เหนื่อยจายจัง
จนเค้าขอออกไปคน
งานนี้ต้องติดตามตอนต่อไป



เรื่องต่อมา
เดือนยี่เป็งเหนือ ก้อเดือนลอยกระทงไทยอะนะ
แหมช่างแปลกกว่าทุกปี
บ่นๆๆว่าครายจะชวนไปลอยกระทงป่าว
แล้วก้อมีเพื่อนนะ มาชวน ก้อยังดี
แล้วยังตัดสินจายไปด้วยนะจะบอกให้
แต่ก่อนไปก้อต้องกินอะไรให้เรียบร้อย
หลังจากนั้นก้ออาบน้ำไปได้
เอากล้องไปด้วยงิ
ถ่ายมาน้อยเดียว
แล้วก้อไปลอยกะทงด้วยกะเพื่อนอีม
ต่อจากนั้นก้อไปเดินดูขบวน อ่ายังมีอีกเรื่อง ก้อได้เจอเพื่อนมัธยมต้น ชื่อบีนะ
เราไม่ได้คุยการหรอก ก้อไม่รู้จะคุยอะไรงะ
หลังจากนั้นก้อไปนั่งดูกระทง ปีนี้น้อยจัง
ไม่สวยด้วยงะ สักพัก(สามทุ่มอะนะ)
แล้วก้อเดินกลับบ้าน
อิอิ อยากจะบ้าตาย
เราก้อนึกว่าจนะมีไรดีๆๆๆเกิดขึ้นกะเราบ้าง
โธ่เอ๊ย ไม่ช่ายเลย ฉานก้อถ่ายรูบเจ้าช้างหน้าศาลากลาง จนจะกลับบ้านแล้ว
ฉานก้อๆๆๆๆๆๆ
ลื่นไถลจ้าว อายจัง กล้องก้อตก เกือบพังเลย
รีบเดินกลับบ้านมาให้น้องซ่อม
แล้วก้อกลับมาดีเหมือนเดิมค่อยยังชั่ว
แต่อยากจะบอกว่ามานก้อกล้องราคาถูกอะนะ คิดไรมาก
ถึงกล้องจะเสียแต่เมมโมรียังอยู่ อย่างที่พะเอกพูดอิอิ
งานนนี้เลยไม่ซีเรียส
เสดก้อขอไปลองกล้องอีกรอบ เพื่อความแน่จายว่ามานยังใช้ได้อยู่
หลังจากนั่นก้อกลับมาเล่นเนต แต่ก้ออยู่ในบ้านก้อได้ยินเสียงพลุดังอยู่เนื่องๆๆ
ยังกะสงครามเลย ดูคึกคักดี นานๆๆจะเปนอย่างงี้
ถึงแม้จะดังดูคึกคักแต่ว่าฉานนี้สิ ช่างเหงาสะนี้กะไร
เมื่อไหร่หนอ จะหายเหงา
อีกอย่างทามมายฉานเหมือนเครื่องชัตดาวน์อยูตลอดเวลา บูตเครื่องเท่าไหร่ก้อไม่ขึ้นสักที เห้อ
รีบรีบฟื้นสักททีนะ เปนห่วงตัวเองจัง เปนมาได้หลายวันแล้วนะ
เงินมาเมื่อไหร่คงบูตเครื่องเรวเมื่อนั่น ฮิฮิ
เงิน เงิน เงิน
รวย รวย รวยๆๆ
สู่ๆๆๆ
จบ

วันศุกร์ที่ 2 ตุลาคม พ.ศ. 2552

เดือนสิงหา

ปลายเดือนสิงหา
วันอาทิดสิ้นเดือน ช่ายป่าวหว่า
อ่อ เราไป แสวงหาบุญ แต่ว่าไม่ได้ไปทำบุญอย่างที่ตั้งจายสักเท่าไหร่
เราเดินทางไปเชียงราย เสี่ยงดวงไป ไม่รู้ว่าจะเจออะป่าว
ครูบาที่วัดเชียงราย
สุดท้ายก้อเจอ
เราก้อมีบุญเหมือนกานนิ คึคึ
แอบภูมิจายตัวเอง
ไปถึงก้อต้องทึ่งๆๆๆๆ ความอลังการของวัด
ไปถึงก้อถ่ายรูป มาสักหลายใบอยู่
เค้าเขียนป้ายว่าจะถ่ายต้องขออนุญาตก่อน เราไม่ยักสังเกด
เพิ่งมาเหนก้อตอนอยู่บ้าน
แบบมาย้อนดูทีละรูบงะ
ก้อนะ แบบบนานๆๆจะได้ออกนอกบ้าน
เห่อกล้องใหม่ด้วย
ไปก้อเลยพักผ่อนสุดๆๆ
อยากทำอะไรก้อทำ
ก้อเน้อ ก่อนหน้านี้เราอย่างเหนื่อยเรย
ร้านขายดีเปนบ้า วันต่อมาก้อเลยขอเท่วเจ้า ไม่สนเรื่องเงินแล้ว


ก่อนหน้านี้หนึ่งอาทิด
ก้อได้ไปใส่เครื่องมือข้างล่างมา
งานนี้ก้อปวดๆๆๆๆ
กินมันทอดเคเอฟซีได้อยู่ แทนข้าว
ดึกๆๆต้องมากินนมเข้าไปอีก หิวงะ
วันต่อมาเคี้ยวอะไรไม่ได้ ก้อกินโจ๊กเจ้า
เปนอย่างงงี้อยู่สองวันได้
แอบบ่นให้แม่ฟังว่ามานทรมานนะ
แต่เอ ช่วงนั้นนะ แม่เราไม่ค่อยจะสนจายเราสักเท่าไหร่
ก้อเหมือนจะยุ่งเรื่องบ้านๆๆๆๆๆๆๆๆ
เรื่องญาต จะแต่งงาน แล้วก้อมีปัญหาที่ทางแม่จะต้องช้วยเหลืออย่างหนัก
เหมือนจะไม่มมาสนจายเราเลย
เรางี้หน้าบึ้งๆๆๆๆอย่างแรง
น่าน้อยจายจัง ไมหน่อไม่สนจายเราเลย
ฉานต้องทนเจ็บๆๆๆกับการที่เครื่องแทงปากอยู่เปนอาทิด
ฉานก้อรอว่าถ้าแม่ฉานกลับจากกุงเทพเมื่อไหร่ก้อจะไปตัดมานทิ้งสะ


(มาคิดตอนนี้แล้วก้อเส้าจัง)


แล้วก้อทำการนัดหมอวันจันทร์ อังคารเดินทางไปตัดออก
เห้อ สบายจาย โล่งปาก กลับถึงบ้านปลอดภัย
ก้อคิดว่าลงที่หน้าวัดแล้วจะโทรบอกให้มารับ
แต่ว่าพี่ฉานไม่รับ ฉานก้อคิดว่าไม่อยู่บ้าน ที่ไหนได้ พี่แกไม่รับโทรสับ แต่เดินทางออกมารับเลย
เลยมีอันเปนว่าสวนทางกานงิ
ถึงบ้านพี่แกอารม เสียงะ เส้าเลยเรา
เปนอันว่าเดือนนี้เราไปใส่เครื่องมือข้างล่าง แล้วเปลี่ยนลวดข้างบน
เสียเงินทั้งสิ้น เจดพันหกร้อยบาทจ้าว เกือบไม่พอ ลืมขอตังค์เพิ่มงะ
งิงิ

คิดถึงบลอก

นานแล้วที่ไม่ได้อัพบลอกด้วย อะไร หลายๆๆอย่าง
วันนี้ก้อรูกสึกว่านานแล้วนะ
ควรจะอัพบ้าง เด๋วมานจะร้าง
แต่ก้อคิดว่ายักไยคงขึ้นไปหลายตลบแล้ว


ณ วันนี้ก้อใส่เหล็กดัดฟันมานานได้หลายเดือนละ
คืออาทิดสุดท้าย ปลายเดือนกันยายนนะ เค้าก้อไปแค่เปลี่ยนลวด
ลวดจากแต่ก่อนเส้นเล็กๆๆ
มาบัดเด๋วนี้เส้นใหญ่ขึ้นเยอะเลย
วันที่เปลี่ยนก้อปวดแบบพอทน
วันที่สองนี้สิ
ปวดๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
ก้อมานปวดทั้งเมนทั้ง ฟัน ทรมานสุดๆๆๆ
งานนี้ไม่ไหวต้องกินยาแก้ปวดท้องเมน
แล้วตามด้วยยาพารา
ไม่รู้ว่าจะมีผลต่อการเคลื่อนฟันป่าว
จายเราก้ออยากให้ฟันเข้าที่เรวๆๆๆเบื่อละ
เบื่อที่ต้องไปเจอหมอ
ถ้าเปนหมอผู้ญิงก้อคงดี
แต่นี้เปนชายดิ เซ็ง

สรุปเดือนนี้ไปแค่เปลี่ยนลวดเสียเงินไป พันสอง จ้าว
หมดไปอีกหนึ่งเดือน

วันจันทร์ที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2552

เรื่องสวยๆๆ

พอกหน้า

ใช้เกลือ 1ส่วน 4 ช้อนชา

โยเกิร์ตธรรมชาติ 1 ช้อนโต๊ะ

แล้วพอกหน้า ขัดเป็นวงกลม เบามือ

ทิ้งไว้ห้านาที แล้วล้างด้วยน้ำเย็น



ส่วนผิวตัว

ก้อใช้เกลืออีกนะแระ เยอะหน่อยนิ 1 ช้อนชา

โยเกิร์ตอีก 1 ช้อนโต๊ะ

อาจจะเพิ่ม น้ำมะขามเปียกอีก 1 ช้อนโต๊ะ เพื่อลดหน้ามัน

แล้วก้อนมจืด 1 ช้อนโต๊ะ

คนให้เข้ากัน แล้วนำมาขัดตัว

อันนนี้เปนข้อมูลคราวๆๆที่ฟังบ้างไม่ฟังบ้างจากรายการลีฟวิ่งมันตรา ทางช่อง ห้า

อาจจะมีข้อมูลตกหล่นบ้าง ต้องขออภัยมานะที่นี้

ใครใช้แล้วผลเป็นไง บอกกล่าวกานบ้างเน้อ

อยากให้ทุกคนสสวย

รักนะ จุ๊บๆๆ

ไร้สาระไปวันๆๆ

ช่วงนี้ไม่ได้ไปหาคุณหมอฟันเลย
เลยไม่มีเรื่องเล่าจากฟันงะ
เนี่ยถ้าไม่ได้ไปทำฟันแล้วฉานจะมีเรื่องอะไรมาเล่าป่าวน้า
ตอนนี้กะว่าจะเอาเรื่องที่เพื่อนส่งมาเปนฟอร์เวิร์ดเมลล์มาลง
ไว้เปนเรื่องให้ได้อ่าน
มีทั้งเรื่องดีๆๆน่าคิด
น่าสนใจ น่ากัว
เรื่องเตือนใจแบ่งปันให้คนได้อ่าน
เผื่อครายยังไม่ได้รับเมลแล้ว
หลงเข้ามานะที่แห่งนี้
จะได้รับสาระไปด้วย
วันนี้ก้อเปนวันดีๆๆอีกหนึ่งวัน
อยากให้เปนอย่างงี้นานแสนนาน
ไม่รู้ว่าจะเปนอย่างงี้นานเท่าไหร่
อย่างน้อยก้อทำไห้หน้าฉานเบิกบาน
ไม่หงิก งิงิ
ไปละบาย

วันอาทิตย์ที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2552

นอกเรื่องหน่อย

วันนี้
เปนวันที่ฉานมีความสุขที่สุดๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
ก้อเพราะฉานไม่ต้องเจอคนที่ฉานไม่อยากเหนหน้า
ฉานอยู่พยายามเกบเกี่ยววันนี้ให้ได้นานและมากที่สุด

อยากจะบอกว่าฉานก้อไม่ใช่คนดีอะไรหนักหนา
ฉานก้อมีรักโลภโกรธหลงชิงชัง
ฉานพยายามที่จะให้มานเกิดกะฉานน้อยที่สุด
เมื่อก่อนอาจจะไม่เปนมากขนาดนี้
คงเพราะฉานไม่ค่อยได้ทำงานกะคนมากนัก
เมื่อฉานต้องมาเจอคนใหม่เพิ่มขึ้น
ก้อน่าจะเปนเหตุให้ฉานเกิดอารมณ์ชิงชังอย่างแรง อย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน


เห้อไม่รู้ฉานจะหายจากอาการนี้เมื่อไหร่
อยากให้หายเรวๆๆจัง
พระเจ้าช่วยหนูที


ยังมีอีกเรื่องที่อยากจะคุย
วันนี้ฉานมีความสุขอย่างที่ว่าจนเปนเหตุให้ฉานหน้าบานอีกเรื่องคือ
มีคนมาเรียกฉานว่าน้อง
ว้าวๆๆๆๆๆๆๆครั้งแรกในรอบปี
และอย่างที่บอกแระน้า
ความสุขคงทำให้คนดูหน้าอ่อนกว่าวัยได้
อยากเปนอย่างทุกวันจัง
งิงิ
บายๆๆ
วันต่อไปขอให้มีความสุขอีกนะ

วันศุกร์ที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2552

ขอบ่นอีกหน่อยเถอะ

วันนี้ยังไม่ได้บ่นดี
ก้อช่วงแรกๆๆฟันที่ใส่เครื่องงะ
ดูเหมือนจะปวดช่วงอาทิตย์แรก

แล้วๆๆๆฟันจะเคี้ยวอาหารอะไรก้อลำบาก
เคี้ยวได้แต่ฟันใน(ฟันกรามงะนะ)
ฟันหน้าก้อจะปวดถ้ากะทบกาน
ส่วนหลังจากนั้นเราก้อกินยาลดอ้วน ร่วมกับยาหน้าใส
สักอาทิตย์ได้ อาการฟันก้อไม่ปวดเท่าไหร่
แล้วพอหยุดได้สักอาทิตย์ได้
ก้อเริ่มมีอาการเจ้า
ปวดงึกๆๆ
ฟันเริ่มแปลกๆๆ ไม่คุ้นฟันอีกแล้ว
เกิดไรขึ้นน้า
คนที่จัดฟันคนอื่นเค้าเปนอย่างงี้บ้างป่าวนะ
อาการคล้ายๆๆฟันจะถูกดึงรั้งเข้าไปข้างใน
เอๆๆๆทำไงดีถึงจะหายอาการนี้นะ
มานชั่งน่ารำคาญงะ
หงุดหงิดนิ

วันพฤหัสบดีที่ 13 สิงหาคม พ.ศ. 2552

ไร้สาระ

วันนี้ไม่มีอะไรจะเล่าหรอก
ก้อไม่ได้ไปหาหมอเลยงะ
แต่วันนี้จะมาบ่นเรื่องตัวเองหน่อย
คลายเครียด............

ช่วงเวลาที่ผ่านมาแรกๆๆของการทำฟัน
น้ำหนักค่อยลดลงเรื่อยๆๆๆ
ก้อแหมอย่างที่อ่านงะ
เครียดเรื่องฟันอยู่หลายครั้ง
จนน้ำหนักต่ำสุดก้อเดือนที่แล้ว
แบบว่าใส่เครื่องมือฟันข้างบน แล้วยังได้
ผ่าเหงือกด้วย ฟังอย่างงี้แล้วจะมีเหรอ
ที่น้ำหนักฮานจะไม่ลด
กินข้าวเช้า กลางวันกินแกงจืด เย็นกินข้าวอีกนิดหน่อย
ลดโดยไม่ต้องใช้ยาด้วย ทรมานสุดๆๆๆ
น้ำหนักที่ไปชั่งเหลืออยู่ที่ 45 โลได้
เห้อ แต่ก้อชอบนะ เบาตัวดี
เสียอย่างเวลาฝนตก ลมมาแรงๆๆเหมือนตัวเองจะปลิวแน่ะ
แต่ตอนนี้นะหรอ หลังจากที่ไม่ได้ไปหาหมอ
ไม่ต้องระวังเรื่องอาหารการกิน
ไม่เจ็บไม่ปวด เคยชินกะสิ่งที่อยู่ในปาก
ตอนนี้น้ำหนักกลับมาเหมือนเดิม
และอาจจะยิ่งกว่าเดิมถ้าไม่คุมอาหารอะนะ



ยังมีอีกเรื่องที่ไม่รู้ว่าตัวเองเปนอะไร
หาคำตอบไม่ได้สักที
เบื่อจิง
หน้าเครียดได้เปนเดือนๆๆละนะ
เมื่อไหร่จะหลุดพ้นก้อไม่รู้
หวังว่าเดือนอะไรๆๆก้อคงจะดี
จะเครียดเรื่องที่บ้านหรอ
เครียดเรื่องที่ตัวเองไม่ดังที่ตัวเองต้องการหรอ
(ตามใจตัวเองชะมัด)
หรือจะเครียดเรื่องเงินนิ
พวงไปจนถึงเรื่องไปเมืองนอก ก้อมานต้องใช้เงินนิ
ยังหาเงินมาสับพอร์ตตัวเองยังไม่ได้เลย
แล้วยังจะเรื่องภาษาอีก
ยังพัฒนาได้ไม่ถึงไหนเลย
เห้อ ........
คิดแล้วก้อ กลุ้ม
ตอนนี้ที่ทำได้คงมีแต่ว่า
สร้างสภาพแวดล้อมตัวให้มีอิงเยอะๆๆ
สุดท้ายคำตอบเป็นไงค่อยว่ากาน
จบ.................ลาก่อนความเครียด

โชคดีนะ จุ๊บๆๆ

วันศุกร์ที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2552

ตัดไหมแล้วจ้า

26-07-09

วันเวลาช่างยาวนาน แล้วเวลานี้ก้อมาถึง การตัดลวดและ การตัดไหมงิงิ
ที่ฉานต้องทนยาวนานขนาดนี้ก้อแบบว่า จะไปเชียงใหม่บ่อยๆๆอย่างงี้ก้อเกรงจายที่บ้านงะ
ช่วงนี้ที่บ้านก้อวุ่น ๆๆ วุ่นมากๆๆเลย
กานไปครั้งนี้ก้อกังวลที่บ้านกอยู่ กว่าจะออกจากบ้านก้อนู่น เกือบสองโมงงะ
ไปถึงก้อกเอบบ่ายสามงะ เดินทางไปคลินิก หนทางช่างยาวไกลจิงๆๆ
ไปก้อต้องไปรอคุณหมองะ แบบว่าไม่ว่าง รออยู่นานเช่นกาน
ท่าทางหมอกำลังใส่เครื่องมือให้คนไข้คนอื่นอยู่งะ



รอนาน เราเลยว่างั้นไม่รอแล้ว
มานเลยเวลานัดหมอที่ตัดไหหมมานานเปนครึ่งชั่วโมงแล้วเดี๋ยวไม่ทันก้อกะว่าจะให้หมอตัดไหม ตัดลวดให้
แต่ว่าเราไม่ได้บอกผู้ช่วยแพทย์ เค้าก้อเห็นใจเราอะนะ บอกให้เราเข้าไปนอนที่เตียงม่วง
เราก้อแหมคิดว่าหมอจะทำให้เรา แต่ที่ไหนได้ ปรากฏว่า ผู้ช่วยคนนั้นแระ
มาแย่งฟันเฮา สะงั้น เอ้าก้อเอา ไปๆๆมาๆๆ เค้าก้อว่าลวดมานเคลื่อนงะจากข้างขวา ไปทางซ้าย
อันน่าจะเนื่องมาจากเราเคี้ยวข้างซ้ายข้างเดียว ด้วยอาหารแข็ง(ผลไม้จำพวกฝรั่งและแอปเปิ้ล)
เค้าก้อพยายามจะขยับลวดให้กลับไปอย่างเดิมงะ สองมาครั้ง แต่ๆๆๆไม่เป็นผล
ทุกอย่างอยู่อย่างเก่า เค้าเลยตัดสินตัดลวดเรา แค่นี้ก็จบแล้ว
แต่ว่าตอนแรกที่เค้าทำงะ ฉันรู้สึกหรือว่ากังวลไปเองก้อไม่รู้ว่า

เครื่องมือมานนจะหลุดอีกแล้วแน่ๆๆเลย
แบบว่ามานงึกๆๆๆ อธิบายไม่ถูก



แล้วหลังจากนั้นเราก้อเดินทางต่อไปที่ทันตะ หน้าวัดสวนดอก
แต่ระหว่างทางมีคนโบกรถ ทำให้การเดินทางไปช้าขึ้นอีก
เราจึงโทรไปดักหมอก่อน แต่เค้าว่าไม่ทัน ฉานก้อยังดื้อแพ่ง ไปอยู่นั่นแระ อิอิ
ไปถึงทมี่ก้อเกือบสี่โมงกว่า ดีที่หมอผ่าฟันคุดให้คนอื่นอยู่หมอเลยยังอยู่งะ
แล้วเราก้อได้เวลาตัดไหม



งิงิ หมอบอกว่า แผลสวยมาก ดีจายมากเยย แล้วก้อถามต่อว่า มานเกิดได้ไง
หมอเล่าประมาณว่าเปนกระดูกกรามที่เปนบลอกของฟันคุดมาเคลื่อนอะมั้ง มานก้อเลยโผล่มา
ต่อจากนี้ก้อไม่มีปัญหาอะไรแล้ว ยะฮู สบายจายแล้ว
แต่วันนี้แต่ละคนดูที่คณะทันตะ ดูเครียดๆๆไงไม่รู้
แล้วแม่ก้อมารับ แต่ฉานแอบไปไหว้หลวงปู่แหวนก่อนงิงิ ทำบุญด้วยยี่สิบบาท

ว่าจะไหว้อีกเอาอะไรไปให้พร้อมวันนี้ไปแบบตัวป่าว

ปล.แอบเมาท์หมอหน่อยได้มะ ว่ามีพวกหมอฟันนี้ตัดผมทรงเดียวกานไปหมดเลย สงสัยทรงนั้นจะทำให้ดูหน้าเด็กกระมัง
อีกอย่าง หมอที่จัดฟันเรางะ มองหน้าเราอยู่หลายที คงงงมั่ง แบบว่าเราไปตัดผมมางะ
แต่การตัดผมเราครั้งนี้ คงดูหน้าแก่ขึ้นกว่าเดิมงะเราว่า เห้อ

ลวดจ๋า

วันที่ 22-07-09

ลวดเจ้ากำ ดันยาวออกมา

คราวนี้ก้อแทงข้างซ้าย เจ็บและทรมานอีกแล้ว

ข้างซ้ายก้อแผลผ่าเหงือก

ทำไมหนอ ช่างทรมานอย่างงี้

น่าบึ้งไปอีกยาวนานเลยเรา

เราจะโทรไปถามหมอก้อกัวเค้าจะว่าเราเรื่องมาก

แบบว่าเมื่อวันก่อนเครื่องมือก้อหลุดวันนี้ยังจะมาถามเรื่องลวดอีก

แต่ว่า นะ สุดจะทน ก้อพอจะจำได้ว่า หมอที่ตัดลวดบอกว่า

ถ้ายังไงอาทิตย์มีปัญหาอะไรมาอีกที อะไร ประมาณนี้อะ

แม้ว่าจะเจ็บเพียงไร เราก้อคิดว่าทนต่อไป

เพราะเราได้ไปถามคนข้างบ้านที่เคยดัดฟันมาแล้ว

เค้าว่าที่เป็นอย่างงี้เพราะว่าฟันมันขยับนะ

เราเลยแอบดีใจ ก้อลวดมานยื่น แทงเหงื่อตั้งมากมาย สองมิลได้มั้ง

เราก้อว่าเยอะแล้วสำหรับครั้งแรก

ช่วงที่เปนอย่างงี้นะ เราผอมมากถึงมากที่สุด

กินข้าวมื้อเช้าด้วยทั้งที่ไม่เคยคิดจะอยากกินมาก่อน กินแบบนิดๆๆ

แล้วก้อทำผลไม้ ไว้กินตอนกลางวันด้วย ไม่ได้กินข้าวกลางวัน

เพราะถ้าจะกินข้าวกลางวันด้วยจะช้างะ กินแต่ละมื้อก้อนานแสนนาน

เป็นชั่วโมง เดี๋ยวจะมีคนบ่นว่ากินอะไรนานแต่ว่า

แล้วกินเสร็จก้อยังต้องมาแปรงฟันทำความสะอาด

แปรงฟันบ่อยๆๆอย่างงี้ ก้อกังวลเรื่องฟันจะสึกอีก

ฉานนี้สารพัดจะนอยซ์ เยยนะ

ปล. ต้องทนเจ็บอย่างงี้ไปจนถึงวันอาทิตย์ นานป่าว คนปกติก้อว่าแปบ

ส่วนคนปวดเจ็บอย่างฉานช่างแสนนาน

วันอาทิตย์ที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2552

ข้อความเตือนใจตัวเอง

การดูแลช่องปาก...ระหว่างจัดฟัน

ในคนที่ได้รับการจัดฟันเพื่อให้ฟันเป็นระเบียบและเข้าที่เรียบร้อยดูดีขึ้น แต่ปัญหาที่พบบ่อยๆ หลังจากติดวัสดุไว้ที่ฟันก็คือการดูแลทำความสะอาดเป็นพิเศษ คือ เครื่องมือจัดฟันหลุด (อุปกรณ์ที่ติดไว้กับฟันในการจัดฟัน) และถ้าการรักษาความสะอาดในช่องปากไม่ดีพอ ก็จะเป็นสาเหตุทำให้ฟันผุและโรคเหงือกอักเสบตามมาได้

ทันตแพทย์จัดฟันจึงต้องย้ำเน้นในเรื่องการดูแลฟันในคนที่จัดฟันเป็นพิเศษ เพราะคง
ไม่ดีแน่ถ้าเมื่อถอดเครื่องมือจัดฟันแล้วฟันสวยเป็นระเบียบดี แต่มีรอยผุ สีขุ่นเหลืองเพราะดูแลไม่ดีพอ

ปฏิบัติง่ายๆ ด้วย ข้อควร และ ไม่ควรทำ ดังนี้
การรับประทานผัก ผลไม้ ควรแบ่งเป็นชิ้นเล็กๆ พอคำ ควรใช้ฟันกรามหลังและควรเลือกรับประทานอาหารอ่อน

อย่าใช้ฟันกัด ปากกา ดินสอเล่น แทะเล็บ เพราะอาจทำให้เหล็กยึดฟันหลุดได้เช่นกัน


การทำความสะอาดฟันและเครื่องมือจัดฟัน


หลังติดเครื่องจัดไว้ที่ฟันแล้ว อาจรู้สึกเกะกะเต็มปากไปหมด แน่นอนเศษอาหารติดง่าย ทำความสะอาดยากขึ้น คราบอาหารตกค้างที่ตัวฟันและขอบเหงือกมีมากขึ้น ดังนั้นคุณต้องขยันทำความสะอาดและพิถีพิถันมากกว่าปกติหลายเท่า ถึงขนาดที่ว่าควรนำแปรงสีฟัน ไหมขัดฟัน น้ำยาบ้วนปากติดตัวไปด้วยตลอดเวลา

แปรงฟันทุกครั้งหลังทานอาหาร และก่อนนอน ปกติคนเราแปรงฟันเช้า-เย็น แต่คนจัดฟันควรแปรงหลังอาหารทุกครั้ง
การใช้ไหมขัดก็ต้องทำหลังอาหารทุกครั้งด้วยเช่นกัน
ใช้ยาสีฟันที่มีฟลูออไรด์เพื่อป้องกันฟันผุ
ใช้น้ำยาบ้วนปากมีฟลูออไรด์อย่างน้อยวันละครั้งเพื่อลดอัตราการเกิดฟันผุ
ที่สำคัญต้องพบทันตแพทย์เพื่อขูดหินปูนทุก 6 เดือน

วิธีทำความสะอาดฟันและเครื่องมือจัดฟัน
วางแปรง 45◦ จากขอบเหงือกกดเบาๆ ใช้การขยับแปรงเป็นรูปวงกลม แปรงแต่ละซี่ 10 วินาที ฟันบนฟัดลง ฟันล่างปัดขึ้น
แปรงด้านในของฟันด้วย
อย่าลืมแปรงด้านบดเคี้ยว และแปรงลึกให้ถึงหลังฟันด้วย
ตรงบริเวณเครื่องมือจัดฟัน(ปุ่มติดลวด) ให้ใช้แปรงปัดส่วนขอบบนและขอบล่าง เบาๆ อย่าให้หลุดหรือลวดดีดออก

อุปกรณ์เสริมในการทำความสะอาดฟัน
แปรงจัดฟัน ปลายขนแปรงจะมีรูปเป็นตัวv ทำความสะอาดคราบอาหารที่ติดตามปุ่มติดลวดได้ง่ายขึ้น
แปรงสีฟันไฟฟ้า ทำความสะอาดฟันได้ดี และทุ่นแรงแต่ต้องระมัดระวัง
แปรงซองฟัน จะมีขนแปรงหัวเล็กๆ ใช้สำหรับแปรงแปรงใต้ลวดบริเวณปุ่มติดลวด
แปรงน้ำ เป็นเครื่องอัดความดันน้ำฉีดรอบๆ ฟันใต้ลวด

การจัดฟันใช้เวลาเป็นปี ต้องใช้ความอดทนในการดูแลรักษาความสะอาดอย่างจริงจังและเอาใจใส่อย่างสม่ำเสมอ หลังจากครบกำหนดแล้วนอกจากจะได้ฟันเรียงสวย แล้วสุขภาพฟันก็จะดีเช่นเดียวกัน

หลีกเลี่ยงการเคี้ยวอาหารแข็งๆ เหนียว กรอบๆ เช่นเคี้ยวก้อนน้ำแข็ง ปลาหมึก ถั่ว หมากฝรั่ง เพราะอาจจะทำให้เครื่องมือหลุดได้ ถ้าเครื่องมือหลุดบ่อยๆ ก็ต้องกลับไปให้หมอฟันติดให้ใหม่ เสียเวลาและค่าใช้จ่าย

ที่มาข้อมูล :นิตยสาร Health Today
ขอบคุณข้อมูลจาก http://variety.teenee.com/foodforbrain/9393.html


ข้อแนะนำในการปฏิบัติตัวเมื่อรับการจัดฟัน

1.แปรงฟันทุกครั้งหลังอาหาร และรักษาความสะอาดฟันและช่องปากให้ดี
2.ปฏิบัติตัวตามที่ทันตแพทย์สั่งโดยเคร่งครัด เช่น การใส่ยาง การใส่ retainer การมาตามนัดที่กำหนด
3. งดอาหารบางประเภท

- อาหารที่แข็งมาก เช่น อ้อย น้ำแข็ง
- อาหารเหนียว เช่น หมากฝรั่ง ตังเม เนื้อที่เหนียวมากๆ
- อาหารหวานจัด เช่น ลูกอม ช็อคโกแลต

อ่านรายละเอียดเรื่องการจัดฟันเพิ่มเติมได้ที่ http://www.thaiortho.com


เวบเรื่องการจัดฟัน
http://www.judfuns.com/

วันพฤหัสบดีที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2552

เครื่องเจ้ากำ

ว่างๆๆเลยมานั่งอัพบลอก


บลอกป่วงๆๆๆๆ


เรื่องไร้สาระ ที่อยากระบาย


ชักเบื่อหน่ายกะการดัดฟันแย้ว


ทำไงดี แต่งานนี้คงถอยไม่ได้แล้ว


ก้อถอนฟันมาตั้งหลายซี่แน่ะ








ก้อวันที่ 19 -07 -09


แง๊ๆๆๆๆ


อย่างที่อ่านไปก้อเครื่องมานหลุด ชิเมะ

วันที่ 20-07-09
ไปหาหมอจ้า
ไปหาหมอช่วงบ่ายสี่โมงงะถึงหมอก้อประมาณสี่โมงปลายๆๆเกือบห้าโมงละ
วันนี้ในรถดูจะน่ากัว
ผู้โดยสารที่หน้าตาน่ากัว
และเปนไข้ ไม่สบาย จะเปน ไข้หวัดสองพันเก้าป่าวนิ
แล้วๆๆๆๆยังมีอีกเห้อ เดกดอย เหม็นเต่า จะเปนลม นั่งใกล้ๆๆเราด้วย
พอไปถึงเชียงใหม่ ก้อเดินจ้ำอ้าว ไปที่คลีนิก วันนั้นที่เดินรู้สึกว่าหนทางมานช่างยาวไกลเมื่อไหร่จะถึง
ก้อก่อนหน้านี้ที่เดินยังรู้สึกว่ามาสั้นนิดเดียว
บอกกะตัวเองว่าถ้าไปเมืองนอกก้อคงได้เดินอย่างงี้แระ ไม่มีความสะดวกสบายอะไรนักหรอก
(คิดการไกลนะเรา)
อิอิ
ไปถึงคลีนิก ก้อไหว้ๆๆๆๆ
คราวนี้ได้เจอกะหมอที่เปนลูกเจ้าของคลีนิกค่า
น่ารักดี ได้ข่าวว่าเพิ่งจบ คงอายุไม่มาก
ใจดีด้วย
งานนี้ก้อไม่มีไรมาก มาเขี่ๆๆปากเรา แล้วก้อตัดลวดเหล็กทิ้ง
แปบเดียวเส็ด
ไอ้เราก้อนึกว่าจะติดไอ้เจ้าแบรตเกดนั้นให้เรา
เราก้อคิดในจาย ช่างเถอะ
แล้วก้อมีบอกเราด้วยถ้ายังไงอาทิตย์หน้ามาใหม่
มาทำไมอีกตอนนี้ยังงงอยู่ เด๋วได้รู้กาน
ก้อแหมเรายื่นเจ้านั่นที่หลุดให้เค้าอย่างดี กะว่าจะใส่ให้เรางิ
ก้อมีแอบเคืองเล็กน้อย
หมอเอาคืนให้เรา เราก้อไหว้ขอบคุณและจากไป
ก่อนไป มีอยู่ช่วงหนึง เราขอไห้เค้าดูแผลด้วยว่าอักเสบป่าว
หมอดูไห้แล้วว่า แผลไม่เปนไร ไม่ต้องกินยาแก้อักเสบ
เรานิเบาใจไปเปราะนึง จบ
แล้วเราก้อเดินทางต่อ ไปยังคณะทันตะ คลินิกพิเศษ
นัดไว้ห้าโมงครึ่ง ปรึกษาเรื่องผ่าฟัน แล้วมีเนื้อนูนขึ้นมา
ไปก้อห้าโมง น่าจะทันไปถึง
พอถึงนั่น ไม่ทันห้าโมงครึ่ง ก้อยื่นบัตรค่ะ
รออยู่พักนึง แต่ก้อนานพอดู เพราะเลยเวลาหมอนัดแล้ว
หมอคงมีคนไข้ผ่าฟัน
แล้วก้อจิงด้วย หมอมีคนไข้ผ่าฟัน หมอเดินมาส่งเจ้า แล้วหมอก้อมองอะไรไม่รู้ ไปๆๆมาๆๆ
ก่อนที่จะเดินเข้าห้อง
จะว่าไปงานหมอก้อหนักเหมือนกานนิ
เอาละ ผู้ช่วยคงงงง มาถามว่าเราเจบแผลป่าว เราก้องงไปด้วย
เราก้อว่าเจบนิดๆๆ
(เราอะไปตัดผมเมื่อตอนเช้าของวันนั้นมาด้วยละ สั้นเลย คราวนี้ก้อสบายละ ไม่ต้องดูแลผมมาก)

ต่อๆๆ ไปเจอหมอก้อไหว้เจ้า
แล้วก้อบอกหมออย่างคราวก่อนที่ว่ามานมีเนื้อนูนๆๆมา(คราวที่แล้วบอกไปคงยังไม่ช่ายเวลาที่จะเกิด ดวงที่ต้องโดนผ่าละมั้ง ถึงบอกหมอไป หมอก้อว่ามานเปนเนื้อกะลังจะสร้างตัวขึ้นมา ไม่มีไรหรอก)
มานเปนอะไร มานไม่เจบหรอก แต่ว่ารำคาญ
แต่มาคราวนี้ หมอดูให้แล้วยังบอกว่าอ่า มานเปนกะดูกอย่างที่หมอจัดฟันบอก
มาหาหมอที่ทันตะอีกจะได้ไม่เสียสะตังค์อย่างอที่หมอจัดฟันว่าอีกนะแระ
อ้าวคราวนี้หมอก้อ อธิบายเลยงั้นงี้ แต่ไม่เข้าสมองตรูเลย เอาผ่าเลยไหม แล้วก้อฉีดยาชา งานนี้เจบจิง
เจบจัง ก้อๆๆๆๆฉีดครั้งแรกๆๆๆๆๆเลยไม่เจบ มาพักหลังๆๆๆๆๆเจบขึ้นเรื่อยๆๆๆๆๆฮิ
แล้วฉานก้อคิดว่าฉานคงติดยาชาแล้วละ อยากจะศัลยกรรมหน้าตาให้ดูดีขึ้นงะ
ที่เปนอยู่มาน ดูไม่ได้เลยจิงๆๆ
หมอว่าประมาณครึ่งชั่วโมงเสด แต่ๆๆๆๆเราต้องรอหมอ ตัดไหม ดูคนไข้คนอื่นก่อน อยู่นานเลยเปนครึ่งชั่วโมงได้ รอๆๆๆๆๆๆๆๆ จนเริ่มจะเบื่อละ
บิดตัวไปมาก้อแล้ว แล้วๆๆๆๆๆยังมีคนมาหาหมออีก ปรึกษาเรื่องอะไรไม่รู้อีกเปนนานสองนาน
เห้อกว่าจะได้ทำ แต่ว่าไม่ต้องกัวไปไย ไงก้อได้ทำ ยาชายังไม่หมดฤทธิ์แน่นอน มานจะอยู่กะเราถึงสามชั่วโมง
แล้วก้อได้ผ่า แล้วเค้าก้อเอาเครื่องมือหมอมาไว้ที่ท้องเรางะ เสียวอีกละ
จิ๊ดๆๆอยู่สองสามที คงผ่าเหงือก กะกรอกระดูกงะ
สักพักก้อเยบแผล เปนอันเสด
เสดตอนประมาณ หกโมงสี่สิบนาทีได้ ราวๆๆนั้นอะนะ
ก่อนหน้านี้นะผู้ช่วยเชดปาดฉานด้วย อิอิ ก้อเลือดมานเปื้อนปากงะ
(อย่างคิดมากนะ ผู้ช่วยเปนญิงจ่ะ)
ก่อนหน้านี้ก้อคุยกาน แล้วว่าจะมาตัดไหมก่อนก้อได้ หมอทามงานวันจันเยน ศุกร์บ่ายมั้ง เสาร์เช้าบ่ายแล้วก้อาทิด บ่าย
หมอเดินมาส่งคนไข้อีกตามเคย
งานนี้ไม่ต้องจ่ายตังค์ค่าแผลแต่จ่ายค่ายาบ้วนปาก ยี่สิบบาทเจ้า
หลังจากนั้นก้อโทรมาบอกพี่ชายว่าเสดแล้ว เพื่อที่จะมารับเรากลับบ้าน
กานเจบแผลครั้งนี้ช่างเปนอะไรที่ง่วงนอนนิ ทุกทีไม่เปนงะ
หลับก้อไม่ได้แผลกะเทือนอะ ก้อรถมานไม่นิ่มอย่างรถเก๋งนิ อีกอย่างมานก้อเก่าแ้ล้ว ใช้งานมาเยอะด้วย


วันนี้ไปสองที่ คุ้มค่าเดินทางหน่อย เหนื่อยกะการเดินทางจิงๆๆ



ปล. คุณหมอๆๆๆๆน่าร้ากจังไปละ เล่ามากเด๋วเบื่อ

วันอาทิตย์ที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2552

เครื่องมือหนอ

19-07-09
วันนี้วันดีเดย์งิงิ
ก้อเปนวันนที่ฉานต้องใส่เครื่องมือดัดฟันวันแรก
โดนเลย
หอนัดตอนบ่ายสองโมงครึ่ง
เราก้อเดินทางตอนบ่ายครึ่ง ไปถึงที่หมอน่าจะได้เวลาพอดี
วันนี้นะคนงานที่บ้านก้อขาดไปหลายคน
งานนี้แม่คงงเหนื่อยอีกแย้ว
แต่ก้อยังอยากให้ดัดฟัน
ไปถึงคลีนิกก้อรอหมอนิดหน่อย
อ่า มีบ้างอย่าง ตอนนนั่งรถเราก้อคิดในจายว่าไมคงไม่โทรตามน้า
แล้วก้อเดินใกล้ถึงคลินีกก้อมีเสียงโทรศัพท์ดังขึ้น
โทรมาจากคลินีกบอกว่ามีนัดบ่ายสองคึ่งเน้อ เราก้อค่ะ
พอไปถึงก้อ นั่งรอเค้าถ่ายรูบทำฟันกาน
เส็ดแล้วก้อคิวเราแย้ว
นอนรออยู่นาน
หมอเค้าเขียนอะไรไม่รู้ แล้วใบนั่น(เคสของคนที่ถ่ายรูบก่อนหน้าฉาน)ก้อไม่ยักมีชื่อเล่นงิ
เรายังงงตัวเองอยู่ว่าเราไปเขียนชื่อเล่นตอนไหนฟะ

ต่อมาก้อตาเราแล้ว
นอนๆๆ
ระหว่างนั่นผู้ช่วยหมอก้อเอาฟันที่พิมพ์ไว้มา
เหนนับๆๆอยู่ ดูท่าทางแบบงงๆๆ
เราก้อปากเบา พูดแย้งไปว่ามียี่สิบสองสี่ แล้วผู้ช่วยก้อเดินหนีเราไปสะงั้น
แล้วกลับมาพร้อหมอ นอนนะค่ะ ปรับระดับที่นอน
ถามหมอเรื่องเหงือกที่นูนออกมา
หมอว่าไปหาหมอเก่าที่ผ่าฟันคุด อาจเปนกระดูก
หมอถามประมาณว่าทำที่ไหน หมอชื่ออะไร
เราก้อว่า ทำที่คณะ กับหมอ... ทำเรวมะ เราก้อกะหงึกหัว

อิอิ งานนี้รู้มาอีกอย่างว่า
หมอที่ผ่าฟันเรางะ เค้าเปนแฟนกับหมอที่ดูฟันฉานในคราวแรก
หมอที่จัดฟันฉาน ยังจะเอ่ยชื่อเล่นของหมอคนนั้นด้วย
แหม เซ็ง หมองะ
งานนี้เค้าคุยกะผูช่วยหมอกานสนุกเลย ชิชิ
(งานนี้เราสงสัยมานานละ ก้อเราหาข้อมูลหมอทำฟันช่วงที่ผ่าฟันขุดงะ
แล้วเราก้อสงสัยว่าหมอผู้หญิงที่ดูฟันเราคราวแรกกะหมอที่ผ่าฟัน
ทามมายหนอช่างนามสกุลเดียวกาน เรื่องที่สงสัยก้อเปนอันจบในวันนี้
โดยไม่ต้องคิดที่จะถามหมออีก)

แล้วหลังจากนั้นก้อทำการติดเครื่องมือ นานพอดู
เอาอะไรมาแตะฟันก่อน
สักพักก้อเอายางมาไว้อ้าปากเราให้ได้นานๆๆ
อย่างเมื่อยเลย ขนาดติดแค่ฟันบนอย่างเดียวนะเนี่ย
เอาเหล็กติด เอารังสีสีม่วงจี้ นานอยู่หลายครั้งเชียว
หมอก้อคงเมื่อย เหมือนกาน บิดตัวไปมา
ผู้ช่วยก้อแอบยิ้มไรฟะ(ที่รู้เพราะหมอจัดฟันถามงะ)
แล้วก้อเส็ดจนได้ ใช้เวลาประมาณชั่วโมงกว่า
โทรหาเพื่อน ปรากฏว่าเพื่อนไม่อยู่ที่คลีนิก
เปนอันเดินทางกลับบบ้าน
กลับถึงร้านเปนไงละ ร้านปิดสะงั้น
เห้อ
ไปร้านอีกที่แล้ว ก้อขายของอยู่สักพัก
กายบริหารปากเล็กน้อย
เปนไงละ
เครื่องมือหลุดซี่ในสุด
ลวดทิ่มกะพุงแก้มตรู
เจ็บโว้ย
เจ็บอย่างแรง
แล้วยังจะเจ็บที่เครื่องมือดึงฟันให้เราเคลื่อนอีก
เซ็ง เปนบ้า
พี่ยังไม่ค่อยจะสนจาย
แต่เราจิไว้อ้อนแม่ อิอิ
แต่พูดมากไม่ได้

มานแทงและแทง
นัดเจอหมอพุ่งนี้ดีกว่า
ทีแรกก้อปรึกษาเพื่อนว่าแก้ปัญหาไง
ก้อบอกว่าให้ไปหาหมอใกล้บ้าน
แต่ไปแล้วไม่มีสักทีที่เปิด
งานนี้ต้องทนเจบจนถึงอีกวันพุ่งนี้
สู้ๆๆ

วันเสาร์ที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2552

เหนื่อย แสนเหนื่อย

วันนี้นะ ไม่มีคนงานที่บ้านมา
ต้องทามงานช่วยที่บ้านพี่ชาย
ตอนแรกคิดว่าจะได้อยู่กะแม่
เผื่อแม่จะได้มีเวลาพักผ่อน
อิอิ
แต่ว่าแม่ตัดสินจายให้เราไปอยู่กะพี่ชาย
เปนไงละ เหนื่อยเปนบ้า
หรือว่าเราคิดว่าเหนื่อยมานก้อเลยเหนื่อยฟะ
ตอนแรกๆๆที่ช่วยก้อไม่เท่าไหร่หรอก
ก้อเลยย้ายของไปมา
เลกๆๆน้อยๆๆ
เปนไงละ
สักพักคนก้อเริ่มเข้ามา
ที่ละเจ้า สองเจ้า
ถ้าขายของอยู่แต่ข้างล่างก้อไม่น่าจะเหนื่อยเท่าไหร่
แต่ว่าต้องยกของหนักสำหรับผู้หญิง
ขึ้นข้างบนไปเอาของ
ช่างเหนื่อยสะนี้กะไร
วันนี้เพิ่งได้รู้สึก
ปกติจะไม่รู้สึกงะ
อีกอย่างก้อจะรู้จายเค้าจายเรา
ว่าการทามงานที่บ้านมานช่างเหนื่อยแค่ไหน
แต่....................
ถ้าเปนอย่างงี้ไปนานๆๆมานก้อนร่าจะอยู่ตัว
เวลาเราไปเมืองนอก(กะลังฝัน)
เราจะได้รับสภาพได้
ว่าอารมณ์เหนื่อยๆๆเปนไง
แม้ว่าที่บ้านจะทามงานหนักก้อยังเปนงานที่บ้าน
เรายังแอบขี้เกียจ งอแงได้อยู่
เรื่องอย่างเราคงต้องพยายามพัฒนาอีกเยอะ
สู้ๆๆ

relationship

เราว่าไม่น่าเชื่อเลย
กับการไปเรียนภาษาด้วยเวลาเพียงน้อยนิด
ยี่สิบชั่วโมง
สองเดือนกว่า
สองชั่วโมงต่อสัปดาห์
แต่การพูดภาษาฉานถึงจะไม่พัฒนา

ถึงแม้ว่าจะไม่พัฒนาเรื่องที่ต้องการก้อตาม
ฉานก้อได้พบมิตรภาพใหม่จากช่วงเวลาสั้นๆๆ
คนที่ฉานเรียนด้วยก้อยังได้ติดต่อกาน
แม้ว่าการเรียนของเราจะจบคอร์สแล้วก้อตา


ช่วงแรกๆๆไม่ค่อยสนิทกาน
ก้ออย่างว่า ยังใหม่ๆๆ
ไม่ค่อยกล้าคุยอะไรกานหรอก
แต่ด้วยคอร์สที่เรียนตือการสนทนา
เค้าบอกว่าอย่าอาย
ต้องกล้าพูด
เรยประมาณว่า ก้อพูดๆๆไป
อาจารย์จะค่อยกะตุ้นให้พูดออกไปเรื่อยๆๆ
เราก้อพูดอยู่น้อยมาก เยยเปนสาเหตุของการพูดได้น้อย
ก่อนจบเราก้อไป ขอเมลเพื่อนๆๆมากาน
มีไรจะได้ติดต่อกาน
แล้วเราก้อได้ติดต่อกาน
หลังจากจบคอร์ส
ตอนนี้เราก้อดูเหมือนจะรู้จักกานมาขึ้น
ถึงแม้ไม่ทุกคนก้อตาม

มิตรภาพสร้างได้
อิอิ

วันศุกร์ที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2552

บ่นเรื่องฟัน

ก่อนที่เราจะเอาเครื่องมือเข้าปาก
ที่แน่ๆๆๆก้อเรื่องการหน้าตอบของฉานเปนผลมาจากการถอนฟัน
กินข้าวเปนเวลา เปนมื้อๆๆๆ จึงทำไห้ฉานผอมลงอย่างเหนได้ชัด
มีแต่คนวิจารณ์ฉานว่าดูผอมไปอย่างแรง
ก้อน่าจะจิง
แต่ลงแค่สองโลเองงะ
จะว่าไปก้อผอมแค่ช่วงนี้แระมั่ง
ก้อๆๆตอนน้น้ำหนักเริ่มจะมาแย้ว
แบบกินเยอะมากเยย
กินน้ำหวานด้วย
ไม่ค่อยจะบ้วนปากด้วย
แล้วปากฉานก้อเหม็นด้วย ฮิๆๆ
อีกสองสามสัปดาห์ก้อน่าจะเต็มแย้ว
เรื่องที่อยากบ่นนึกออกแย้วรื่องการสบฟันรู้สึกว่าแปลกๆๆงะ
เพิ่งรู้ว่าการสบฟันที่ถูกต้องเปนไงนี้เอง
ก้อก่อนหน้านี้ฟันเรามานขาดๆๆเกินๆๆๆ
อย่างงี้ต้องรออีกหน่อยที่ฟันจะเข้าทีตามเครื่องมือแล้วจะมีบอกเน้อ



ง่า.....

อ่า สับสน ชีวิต

สับสนความคิด

สับสนความรู้สึก

ไมน้า ไมน้า

ทำไมเราต้องเปนอย่างงี้ด้วยน้า

ก้อๆๆๆๆ





เมื่อหลายวันก่อนมีชายคนหนึ่ง ที่หายไปนานมากเลย

ก้อเค้าทามงานนิเนาะ จะมาเดินตลาดทำไม

เค้าอยู่ดีดี ก้อมาเดินซื้อของที่ตลาด

จำพวกดอกไม้ ประมาณว่าไหว้พระ

เค้าจอดรถ เยื้องกะที่บ้าน

แล้วก้อเดินเข้าไปในตลาดซื้อเจ้าดอกไม้อะนะ

แต่ฉานจะเหนเค้าก้อตอนจะกลับแล้ว

ที่เหนก้อเพราะอยู่หน้าบ้าน และมองอะไรไปเรื่อยๆๆๆๆ

ไม่ตั้งจาย จะมองครายหรอก

แล้วๆๆๆตาก้อเหมือนจะไปเจอะตากัน ประมาณเสี้ยววินาทีเอง

แอบคิดไปเองด้วยว่า เค้าแอบมองเราด้วย

แล้วเค้าก้อเดินไปที่รถ

แอบวิจารณ์ในจายด้วยว่า ฮีช่ายดูเปลี่ยนไป

ตั้งแต่หน้าตา สีผิวที่ดูคล้ำขึ้น แล้วเค้าก้อจากฉานไป



อีกวันต่อมาเค้าก้อมาซื้ออีก แต่ว่าวันนี้เค้ามาคนละเวลากะเมื่อวาน

เปนอย่างฮานก้อเริ่มจะเปนนิสัยของฮานแล้ว

แบบว่ามาเกือบติดกานอย่างงี้

มานก้อจะเปนกานสร้างความหวังให้กะฉานนนะจิ

เบื่อตัวเองก้อตรงนี้แระ

แต่ก้อดี อาหารตาของฉาน

วันนี้ไม่มีไรหรอก

แค่มอง และรอเค้ากลับก้อเท่านั้น ไม่สังเกตซึ่งกันและกันอะไรมากมาย


วันต่อมาเค้ามาซื้อของที่บ้านฉาน
ดูเค้าจะพูดมากเหมือนกานนิ
ดูแปลกๆๆ
แต่ว่าฉานแปลกกว่า ฮาๆๆ
ก้อฉานก้อทำน่าเครียดๆๆอยู่ตลอดเวลา
ไม่ยิ้มแย้ม พยายามคุมสติ อารมณ์ ความรู้สึก
ไม่ให้กะเจิง หรือว่าตื่นเต้น แล้วก้อโอเคนะ
ขายๆๆไป เค้าถามอะไรก้อไม่ยักจะฟังฉาน
อะอะ แอบมีลูกค้ารายใหม่มา เรราก้อไปขายคนอื่นเยย
หุหุ ชักเซ็ง อ่าเค้าแอบตังค์ไม่พอด้วยส่วนฉานก้อเอาของมาให้เค้าผิดสเปกด้วย
แล้วก้อผ่านไปด้วยดี เหะ เหะ

วันต่อมาเค้าก้อมาตลาดแต่เช้า
มาเพื่อซื้อดอกไม้อีกเช่นเคย
แต่ฉานไม่เหนหรอก
ที่รู้ก้อเพราะว่ามีคนที่ร้านฉานซึ่งแอบชอบเค้า เหนนะ
แล้วมาบอกฉาน
ฉานก้อมาเหนเค้าแว้บๆๆๆตอบกลับอะนะ

วันสุดท้าย คือวันที่เขียนบลอก
แบบว่านึกว่าเค้าจะมาอีก
รอๆๆๆค่อยอย่างมีหวัง
นึกว่าเค้าจะมา
แต่ไหง ไม่ยักมา ไม่ยักเจอ แง๊ๆๆๆ
เนี่ยแระ ทำให้ ฉานต้องมานั่งเขียนบลอก บ่น เรื่องไม่เรื่องลงบลอกนี้แระ
เพราะ เค้าๆๆๆๆๆๆ
ที่ทามให้ฉานต้องรอๆๆๆคอยๆๆๆๆ อยู่บนความหวังๆๆๆๆๆๆ
เค้านิสัยไม่ดีเลย อิอิ
เค้าว่ากานว่า
คนเราอยู่ได้ด้วยความหวัง
แต่ว่าการหวังครั้งนี้ ไม่ดีเลย
มานทามให้ฉานรู้สึกแย่ได้เลย
เพราะว่า ฉานเจอเหตุการณืคล้ายๆๆๆๆอย่างงี้
มาครั้งหนึ่งแย้ว
ถ้าเค้าไม่มาตลาดซื้อของติดกานหลายวัน ถ้าฉานไม่เหนเค้า มานก้อคงดีสินะ
เห้อ..................................................................
ชีวิตฉานจะเปนไงต่อไปน้า
...................................จบ........................................
ปล. ชายคนนันเค้าดูท่าทางจะออกแนวแอบๆๆเล็กน้อย
ไมฉานต้องชอบคนอะไรอย่างงี้ด้วยนะ แบร่ๆๆๆ

วันอังคารที่ 14 กรกฎาคม พ.ศ. 2552

จบแล้ว

การเรียนภาษาอิง เรียนมาสองเดือนกว่า
พยายามเกบอะไรๆๆต่างตั้งมากมาย
สรุบแล้วไม่ได้อะไรเยย
อิอิ
รูบยังไม่ได้เยย
ตอนสิ้นปีค่อยว่ากานอีกที
ตอนนี้ขอพักผ่อน
เสียดายจังที่ไม่ถ่ายรูบไว้
ตอนนี้รออาจารย์ส่งรูบมางะ
ไม่รู้ว่าจะส่งรูบมาให้เราป่าว
ตอนนี้ รอๆๆๆๆ
อากาดตอนนี้เยนดี
ฝนใกล้ตกแย้ว
ไปก่อนนะ
บาย
(บริติช เคาน์ซิล)

วันศุกร์ที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2552

บลอกเพื่อน

http://jeniz.allblogthai.com/2
บลอกเพื่อนสุดที่เลิฟ
เอามาลงเผื่อไปเท่วตามที่เพื่อนเราไป
มีเวลาจะแวะไปชม

ถอนฟัน

07-07-09
วันนั้นกะว่าจะไปถอนฟันแล้ว
แต่ว่าไม่ได้นัดหมอไว้ ต้องรอถึงห้าโมงแนะ
รออยู่นานกว่าจะห้าโมง เห้อๆๆๆ
สุดท้ายห้าโมง โทรไม่ยักติด พอดีพี่จะไปเจียงใหม่ เฮาก้อขอติดไปด้วย
แต่ก่อนเดินทางไปเกิดโทรติด แล้วก้อไม่มีหมอถอนอยู่ เลยอดเจ้า
อีกชั่วโมงเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าต้องโทรนัด เลยขอโทรไปนัดหมอจดฟันและหมอถอนฟันขูดฟันในหนึ่งวันต้องใช้เวลาประมาณ สี่ห้านาทีให้ได้ เนื่องจากต้องเดินทางด้วยรถสองแถวไมม่งั้นจะตกรถหนา


09-07-09
ดูสิ เลขวันที่สวยมะ

วันนี้ขึ้นเขียงอีกรอบ ก้อมาถอนฟัน ไม่ค่อยตื่นเต้นเท่าทุกทีงะ
แต่ก้อแอบหวั่นๆๆเนื่องจากดูดวงว่าจะต้องเจอเรื่องไม่ดีในเดือนนี้และเดือนหน้า
ไปด้วยรถฟ้าตั้งสามโมงกว่า ถึงก้อสี่โมงกว่าลงที่ซุ้ม แล้วเดิมต่ออีกห้านาทีถึงคลินีกหมอฟัน
รอสักพักก้อคุยกะผู้ช่วย ว่าจะต้องไปปรึกษาหมอจัดฟันอะป่าว แต่เค้าว่าไม่ต้องแย้ว
หมอมีออเดอร์แล้วเปนอันจบ
คราวนี้รอหมอว่าง
ระหว่างรอหมอก่อนหน้านี้ ตอนที่ไปถึงงะ โอ้ หมอฟันไมสวยอย่างงงี้นะ
แล้วฉานก้อได้ใช้บริการหมอสวยจ่ะ
เห่อๆๆๆ งานนี้ขูดหินปูนก่อนแล้วค่อยถอน
หมอบอกว่าเจ็บหน่อยนะ น้ำจะเยอะหน่อย ไม่ต้องกลืนนะ
เราก้อฮะ อะไรนะ
หมอเริ่มมีอารมณ์เลกน้อย แล้วอารมณ์ก้อหายไป เอาผ้ามาวางหน้าเราโบ๊ะแบบแรงเล็กน้อย
แล้วเริ่มปฏิบัติการ จิ๊ดๆๆๆๆๆๆ อึ้ย ไม่ค่อยชอบเสียงนี้เยย ระหว่างทำ น้ำยายไหยย้อย ผู้ช่วยต้องค่อยเช็ดๆๆๆ สองสามรอบ แอบขำอยู่ในใจ และน้ำที่ไหนไม่รู้จากเครื่องมือแพทย์ กระเด็นๆๆๆๆๆๆใส่หน้าเราด้วย ฮาๆๆๆถึงรู้ว่าเค้าเอาผ้ามาปกหน้าเราทำไม
ประมาณสักสิบนาทีได้ถึงจะเสด
มีผู้ช่วยอีกคนมาบอกด้วยว่าเด๋วค่อยถอนได้ป่าว
ให้อีกคนที่นัดไว้ตอนหกโมงถอนก่อนได้ป่าว อ่าหมอได้จายเราไปอีกเพราะว่าหมอบอกว่าถอนเลยก้อได้ ทำไมหรอ โอ้ ชอบๆๆๆ
แล้วก้อนอนรอ ต่อด้วยฉีดยาชา เพื่อถอน แล้วนอนรอให้ยาออกฤทธิ์
ผู้ช่วยก้อเตรียมอุปกรณ์และเรียกคนไข้คนนั้นเข้ามา แล้วก้อฉีดยาชาทางเค้าเสด
ก้อเข้ามาถอนฟันฉาน เปนไงละ ยากใช่ป่าว หัวฉานก้อส่ายไปมาตามแรงเครื่องมือหมออิอิ
หมอให้ผู้ช่วยจับหัวฉาน จะได้ไม่ส่าย ถอนมาได้ส่วนหนึ่ง หมอบอกถอนยากงะมิน่าถึงได้เขียนให้ส่งไปหมอสุ... หมอใหญ่ที่คลินิก แล้วหมอก้อไปถอนคนไข้คนนั้นฮ่าๆๆๆ
แปบเดียวเสด ของฉานยังไม่เสดเยย แล้วหมอก้อกลับมาถอนส่วนราก อึ๋ดๆๆๆอยู่นานก้อออกได้
จนเวลาล่วงเลยมาหกโมงกว่างะ ไม่ทันรถเมลแอร์แล้ว งานนี้ต้องขึ้นรถฟ้ากลับบบ้าน
เมื่อถอนนั้นก้อมีแอบเจ็บตรงคางนิดๆๆๆน่าจะตรงเส้นปลายประสาทอะ
ถอนเสดเราก้ออยากได้ฟันเรากลับบ้านตามเดิมอย่างที่เอากลับบ้านทุกที คราวนี้ลืมบอกก่อนเปนไงละ มานเปนฟันสองส่วน หมอบอกว่าจะเอากลับหรอ ส่วนแรกที่ถอนหายไปงะ โห้ หาอยู่พักหนึ่งก้อบอกว่าไม่เปนไรค่ะ เอาแต่รากกลับก้อได้ แล้วก้อหวัดดีหมอ มารออยู่ข้างนอกรอเค้าเรียก จ่ายยา หมอน่าร้ากงะ ออกมาอธิบายอะไรอีกว่าต้องกินยาแก้ปวดนะ กัดผ้าก๊อซไว้ (ประทับจาย)ยิ้มน้าร้ากด้วย ยังจำและจำ เก็บไว้ในสมองไม่อยากลืมเลย (หมอก้อดัดฟันด้วยนะ) แล้วก้อจ่ายตังค์เดินทางกลับบ้านแบบยิ้มๆๆ
รถฟ้าวันนี้คนกลับบ้านกานเยอะมาก ถึงบ้านก้อทุ่มกว่าแล้ว
งานนี้เปนได้ลดหุ่นอีกแล้ว ปากชากินไรไมได้ จนสี่ทุ่มถึงหายชา (ฉีดบ่อยๆๆไม่เปนไรนะ หมอสมาร์ทบอก ร้อยเปอร์เซนต์ สามสี่โมงยาชาก้อหมดฤทธิ์ละ) แล้วหิวตอนห้าทุ่มปลายๆๆหาอะไรกินแบบไม่ต้องเคี้ยวเพราะว่าเคี้ยวยากฟันหายไปต้งหลายซี่แล้ว ดีนะที่ซื้อขนมปังมาก่อนเข้าบ้าน แล้วก้อนอนหลับ

10-07-09
วันนี้ก้อปวดนิดๆๆๆ
แบบว่าแผลคงระบมงะ นานกว่าจะหายเชียวตั้งแต่เช้าของวันไปจนถึงช่วงบ่ายถึงดีขึ้น

แล้วๆๆๆยังปวดท้องเม็นอีก หน้าฉาน หงิกๆๆๆๆๆไม่เปนท่าเลย ทนไม่ไหวแล้วช่วงบ่ายก้อเลยไปซื้ออัยบูแกนเลย กินขนมปังอีกตามเคย แล้วกินยา เค้าบอกว่ายามานกัดกะเพาะ สักพักนานๆๆก้อหายปวด น่าก้อเริ่มยิ้มแล้ว
เอาละ คราวนี้เราจะกินน้ำมะพร้าวให้น้อยลง ก้อสองสามเดือนมาละที่กินน้ำมะพร้าวมากกว่าปกติ ก้อมักจะปวดท้องเมนของวันแรก มานทรมานและน่าเบื่อมากเลย ไม่ช่ายเราคนเดียวนะ แต่คนรอบข้างก้อจะเบื่อไปด้วย ฉานไม่อยากให้ครายมารู้สึกแย่กะหน้าตาของฉานอีก



ปล. สิ้นสุดสะทีเรื่องฟันนนน
ก่อนติดเครื่อง คราวนี้จะเปนไงน้า
แล้วจะมาเล่าต่อ
จบ

ตัดไหม

06-07-09
ย่างเข้าเดือนเจ็ด ช่างน่ากัวสะนี้กะไร
คนอะไรไม่รู้เชื่อเรื่องดวงจิงๆๆๆ
วันนั้นยุ่งอย่างแรง
ที่บ้านขายของมากมาย
ยังดีที่น้องมาช่วยช่วงนี้
ไม่งั้นเราไม่ได้ตัดไหมแล้ว
เราก้อเดินทางกลับมาบ้านช่วงบ่ายสามได ถ้าจำไม่ผิด
เดินทางไปขึ้นรถฟ้า เอ หรือว่ารถแอร์หว่า
ถึงเชียงใหม่ก้อช่วงเกือบห้าโมงเดินไปทันตะอีก ลงประตูเดิม เดิมจ้ำอ้าวกัวไม่ทันนัดหมอ
แต่ไปถึงอะฮา หมอยังไม่อะ
ที่รู้ก้อแบบบ................... นั่งรอหมอเปนนานแสนนานมีคนไข้อื่นมารอหมอด้วย
งานนี้มีทั้งคนไข้หล่อแสวยเพอร์เฟค ฮา หน้าตาไม่สวยอย่างเราเลยนั่งโดดเดี่ยว
และแอบมองคนสวยกะคนหล่อคุยกาน
คนหล่อเค้ามาตัดไหมอย่างฉาน แต่เค้าต้องจ่ายตังค์เพิ่มคงไปทำมาจากที่อื่นนะ ห้าสิบบาทแน่ะ
ส่วนสาวสวยไม่รู้มาทำอะไร แอบฟังตั้งนานไม่รู้เค้าคุยไรกาน
ไปนั่งรอหมอตั้งแต่ห้าโมง จนห้าโมงคึ่งได้ถึงหมอจะมา
หมออะ เดินไปเดินมา สวนสนาม(เข้าห้องน้ำอะมั่ง) หมอจะรู้ป่าวน้า ว่ามีคนคนไข้ค่อยอยู่ นานแสนนานแล้ว
เมื่อหมอเค้าที่ ก้อเรียกคนไข้คนแรกเลย เปนเดกอะ ไม่รู้ทำอะไร
น้องเค้าก้อนอนรอต่อ(เดาเอาน้า)
ต่อมาก้อคิวเราแล้ว
เราเข้าไปธรรมดาก้อคงไม่ช่ายเรา ฮาๆๆๆๆๆ ขอขำก่อนนะ
ก้อเราโดนเรียกปุ๊บก้อเดินไปเลยป๊บ ด้วยความที่ใส่ถุงเท้าด้วย
เดินไปเลยแล้วๆๆๆรองเท้าเจ้ากำ ก้อดัน เดินไปก่อนเราอะจิ เปนไงละ
รีบเดินโดยไว ไปตามหารองเท้า รองเท้าคงอยากไปหาหมอไวๆๆๆ
ส่วนเราหรอ หุหุ ก้ออยากเจอเหมือนกาน คุณหมอหน้าตาดี เก่งสุดยอดละ
ถ้าครายมีปัญหาเรื่องฟัน เราจะแนะนำให้ไปเจอหมอนี้เลย
เข้าไปต้องรีบไหว้อะมั่ง จำไม่ได้ลืม
แอบถามผู้ช่วยที่หมอนี้ถอนฟันได้ป่าวหนอ
หมอถอนได้จิ แต่ก้อไมม่ได้ถอน ฮิๆๆ ก้อหมอบอกว่าต้องมีใบส่งตัวมาด้วยนิ เซ็งเลย
เปนว่างานนี้ได้แต่ตัดไหมอย่างเดียวไม่ค่อยคุ้มเลย หมอก้อลงมือตัดไหม จึกๆๆๆๆอยู่สักพัก เจ็บเล็กน้อยจากเครื่องมือมาโดนเหงือก แล้วก้อเอาน้ำยาฆ่าเชื้อมาฉีดปิ๊ดๆๆ เปนอันเส็ด

ต่อจากนั้นก้อถามๆๆๆๆ เรื่องช่องโหว่ที่ผ่าฟันหมอบอกว่าแผลดี ไม่มีปันหาอะไรทั้งสองแผล
(อันนี้โชคดีเพราะว่าผ่าก่อนเดือนเจด แน่เยย)
แผลโอเคมากๆๆเลย แล้วมานจะเต็มเปนเนื้อเนียนสวยก้ออีกหนึ่งเดือนข้างหน้า
เศษอาหารที่ตกค้างหมอก้อว่าให้แปรงฟัน ถ้าไม่ออกก้อบ้วนปากนะจ่ะ ทำท่าให้ดูด้วย
หมอนี้ ขี้เล่นงะ
แล้วหมอก้อเดินมาส่งถึงทางออก
คงเปนธรรมเนียมของหมอที่นี้งะ ทำเส็ดก้อจะมาส่งคนไข้ถึงข้างนอก
โอ้ช่างบริการดีอะไรอย่างงี้
อืมๆๆๆๆ ถ้าครายอยากไปทำฟันที่คณะอะนะ โทรจองคิวก่อนก้อจะดีมาก ไม่ต้องรอนาน
หมอที่นี้สุดยอดจิงๆๆ



การไปตัดไหมครั้งนี้เจอฝนเล็กน้อย แต่แล้วก้อเส็ดทันหกโมงเลยทันกลับบ้านด้วยรถเมล์แอร์
แล้วก้อกลับมาช่วยงานที่บ้านต่อ
คนไม่มีมาซื้อของเลย อิอิ
จบ...............................

วันเสาร์ที่ 4 กรกฎาคม พ.ศ. 2552

ฟันฝังที่ทามให้ฉานเครียดๆๆๆๆ

ดีเรื่องเล่าต่อจากตอนที่แล้ว (29-06-09)

เรื่องก้อมีอยู่ว่า เราต้องไปหา ผู้ผ่าตัดฟัน เนื่องจากฟันฝัง

ความจิงก้อจะหมอที่คลินีกผ่าให้ชิเมะ

แต่ว่าหมอที่จะผ่าต้องรอนานหลังเข้าพรรษา

งั้นเราเลยตัดสิ้นใจเสี่ยงๆๆๆๆๆย้ายไปผ่าที่คณะ

เครียดจัง เครียดๆๆๆๆๆ

พอเช้าวันจันทร์ ช่วงเก้าโมงกว่าโทรไปนัดหมอรอบแรก

ได้อยู่สองเวลา เย็นวันนั้นกะ เช้าของอีกวัน

เราตัดสินใจว่าจะผ่าอีกวันตอนเช้าเพราะดูจะไม่เดือดร้อนที่บ้านดี

ไปเอง กลับบ้านเองได้

เค้าก้อว่าได้หมอคนนี้นะ เวลาสิบโมง โอเค ขึ้นรถไปทัน



เราก้อบอกแม่เลยว่าเราจะไปผ่าวันพุ่งนี้นะ ไปตอนเช้าแล้วกลับเอง

บอกแล้ว หลังจากนั้นเราก้อเครียดๆๆๆๆๆๆๆ

ฉานต้องผ่าฟันฝัง ดูแล้วยากน่าดู

เครียดหนักเข้าไปอีกเมื่ออ่านดวงที่เคยไปดู

เค้าว่าให้ระวังปีนี้จะเจออุบัติเหตุ โดยเฉพาะช่วงเดือนกอคอถึงเดือนสอคอดวงไม่ค่อยดี

มานก้อยิ่งทามให้ฉานพารานอยเพิ่มขึ้น ฉานจะต้องผ่าฟันผังให้ได้ภายในสองวันนั้นคือจันกะอังคาร

แต่ในจายตอนแรกของวันที่ไปหาหมอที่คลินิกก้อคิดในจายอยู่แล้วว่าจะต้องได้ผ่าภายในสองวันนี้ให้ได้

แล้วก้อได้จิงๆ

หลังจากได้จิงๆๆๆห้อรู้สึกหวั่นๆๆๆกะการผ่าฟันฝังอย่างแรง จนไม่กินข้าวมาก

ผอมลงอย่างแรง



แล้วเราก้อโทรไปทางคณะอีกรอบ รอบที่สอง เพื่อถามว่าช่ายหมอศัลยกรรมป่าว เค้าก้อว่าใช่ ถ้าจะเปลี่ยนเวลาได้ป่าว เราก้อว่า ว่างช่วงเวลานั้นแล้วก้อวางสายไป

ช่วงเวลาสิบโมงกว่าถึงเทที่ยงก้อคุยกะแม่ว่าจะเอาไงดี

แม่บอกว่า วันจันตอนเยนดีกว่า แล้วบอกให้พี่ไปรับ ผ่าอย่างงี้ไม่มีครายเค้าจะไปเองมาเองหรอก

อันตรายเผื่อเปนลมเปนแล้งไป แล้วครายจะดูแล้ว

ตรูเอาละสิ เริ่มหวั่นอีกแล้ว

งั้นก้อได้ เปลี่ยนเวลาก้อเปลี่ยน เปนเวลาเยนของวันนั้นเลย

ดังนั้นเราก้อโทรไป แอบลุ้นอยู่ว่าจะว่างอีกป่าวนิ

เพราะไปตอนแรกช่วงบ่ายสายไม่ว่าง กัวว่าจะมีคนมาจองคิวไปเสียก่อน

โทรไปอีกทีตอนบ่ายคึ่งติดค่า เราก้อว่าคนไข้ไม่สะดวกขอเปลี่ยนเวลาเปนเยนนี้เลยได้ป่าวค่ะ

เค้าก้อตอบมาว่าได้ค่ะ แต่ไม่ช่ายคุณหมอคนเดิมนะ เราก้อไม่ได้ถามว่าเปนหมอคนไหน

ด้วยความเครียด ค่ารักษาก้อไม่ได้ถาม

พอได้เวลาที่ต้องการก้อโล่งไปอย่าง

แต่ยังไม่หมด ยังเหลือเวลาที่จะต้องผ่า ความเครียดยังคงอยู่กะฉานไปเรื่อยๆๆๆๆ

แล้วฉานก้อต้องเตรียมเงินไปเผื่อ เพราะความที่ลืมถาม โดยยืมแม่ไปด้วยเงินสองพันได้

เมื่อได้เวลาก้อเดินทางจากร้าน ไปทำอะไรที่บ้านเลกน้อย ก่อนเดินทาง

ไปทันรถเมล์แอร์พอดี ขึ้นเลย เกือบไปละ เพราะฉานชอบทามอะไรชักช้า

เกือบไม่มีที่นั่งงะ ก้อรถมานคันเลกงะ

ระหว่างทางไม่รู้จะทำอะไรนิ ฉานก้อเลยหลับและหลับ จนเกือบถึงเชียงใหม่

เมื่อถึงที่จอดรถก้อต่อรถไปคณะ เกือบไปไม่ทันเวลาแนะ

ลุ้นๆๆ ก้อเพราะเค้าต้องวนรถไปส่งคนอื่นก่อนส่งฉาน

ไปคณะก้อลงผิดประตูสะงั้น อิอิ แถมยังไปเจอเดกกะลังรับน้องอยู่ เห้อ

เค้าคงบ่นในจายว่าฉานมาเดินอะไรตอนนี้ เค้ากะลังใช้ความเงียบอยู่

ก้อฉานเดินเสียงดังงิ ฉานก้อพยายามเดินออกจากตรงนั้นให้เร็วที่สุด

แบบกึ่งเดินกึ่งวิ่ง ด้วยความร้อนของอากาศ ก้อมีเหงื่อไหลย้อยออกมา เห้อ

พอขึ้นไปก้อยื่นบัตรสีฟ้าเจ้าปัญหา ว่านัดหมอไว้ตอนหกโมง เส็ดสับก้อเรียบร้อย

รอสักพัก ผู้ช่วยพาไปหาหมอ ตะลึงปนดีจาย ก้อเจอหมอคนเดิมที่ผ่าฟันคุดฉาน

ฉานเชื่อจายคุณหมอคนนี้มาก

เหนหน้าปุ๊บ บอกหมอเลย หนูตัดไหมแล้วนะ พอดีไปที่คลินิก

หมอว่าอ้าว แล้วเค้าก้อว่าคุณหมอที่คลินิกน่าร้ากจัง เขียนใบส่งตัวอะไรให้เรียบร้อยเลยผ่าอะไรตรงไหน

แล้วหมอก้อดูฟิล์มเอกเรย์เปนการผ่าที่ยาก ยากมาก

เราก้อนึกในจาย หมอ หมอไมขู่หนูอย่างงี้

หมอก้อพูดเอางี้นะ เด๋วค่อยเข้ามาผ่าตอนหนึ่งทุ่มนะ ตอนนี้ไปกินอะไรให้อิ่ม อิ่มๆๆเลยนะ

ร้านเฮียกวงหน้าคณะ อร่อยมาก

เราก้อเลยว่า หมอทำเลยได้ป่าว

หมอก้อว่าไม่ได้หมอมีคนไข้รออยู่ ไปเลย

เรามีอันต้องเดินจากไป เห้อ เราไม่อยากกินงะ

เราไปนะแต่ว่าเราไปหาขนมปังกิน หว่า ไม่มีเซเว่นงะ แล้วจะกินหนมปังที่ไหน

แต่ระหว่างที่หาไรกินเราก้อโทรหาพี่เพื่อบอกว่าเรางะได้ผ่าตอนทุ่มหนึ่งเสดก้อประมาณสองทุ่ม

หลังจากโทรบอกพี่เส็ดก้อข้ามถนนนไปซื้อซาลาเปากิน อ่ากะลังร้อนๆๆเลย อร่อยมากๆๆ นุ่มด้วย

นั่งกินฝั่งตรงข้ามคณะนะแระ หน้าร้านกาแฟที่ปิดร้านอยู่

เส็ดแล้วก้อเดินข้ามถนนมายังที่คณะ เดินมาเรื่อยๆๆนอกรั้ว ไม่ไปรบกวนที่เค้ารับน้องกาน

แล้วก้อไปเข้าห้องน้ำก่อน ตื่นเต้น ปวดฉี่เยย บ้วนปากอยู่หลายรอบ แล้วก้อเดินออกจากห้องน้ำไปนั่งรออยู่โซนข้างนอกระเบียงทางเข้า แบบว่าไม่อยากอยู่ที่คนเยอะๆๆ รู้สึกอึดอัด สักพัก หมอให้คนโทรถามว่าอยู่ที่ไหน เราก้อว่าอยู่ตรงระเบียง หมอทำเสดเรวกว่าที่คาดการณ์ไว้สักยี่สิบนาที

แล้วเราก้อรีบเดินไปหาหมอ หมอบอกว่ารอแปบนะ หมอตัดไหมก่อน
เราก้อรอสักพักก้อถึงคิวเราขึ้นเขียงแล้วตรู
เครียดๆๆๆๆๆๆ

หมอก้อคุยกะฉานอะไรสักพัก ก่อนทำการผ่าตัด แต่ฉานจำอะไรไม่ได้ ขอผ่านไป

แล้วหมอก้อปฏิบัติการ ฉีดยาชา คราวนี้นะ เจ็บ แบบสะดุ้งกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา

แอบคลายความกังวลลงเล็กน้อย

แล้วหมอก้อทำอะไรไม่รู้สักพัก จึกจัก เพราะรู้สึกว่ามีอะไรเกิดขึ้น แต่ไม่รู้สึกเจ็บ

หลังจากนั้นสักพักก้อ หมอท่าจะตัดฟันฉานเปนสองส่วน หมอก้อโอมเพี้ยงด้วย ขี้เล่นเชียว

ดึงฟันส่วนแรกออก แล้วตามด้วยส่วนที่สอง เปนอันเส็ด

หมอบอกว่า หมอเก่งมะ โชคดีนะที่ผู้ช่วยมาช่วยหมองะ

คิดในจาย ยอตัวเองก้อมีด้วย ดีงะ ตาฉานยิ้มได้เลย

แล้วก้อถึงขั้นการเย็บแผล คราวนี้หลายเส้นเชียว

ทำอยู่นาน มัดอยู่หลายรอบ ก้อไหมเปื่อย แบบว่ามัด แล้วขาด มัดแล้วขาด หมอบอกว่าถ้ามัดอีกรอบแล้วขาดเปลี่ยนไหมเลย ขนาดหมอยังพูดอย่างงี้เลย

สักพักก้อเสด แล้วก้อบอกผู้ช่วยหาไม้ไอติมมาคาบไว้

ผู้ช่วยว่าไม่มี

หมอบอกว่าไม่เปนไร ที่รถหมอมี เฮ้ย อะไรถึงขั้นนั้นเลยหรอ

แหม หมอก้อ

แล้วหมอก้อเอาแค่ผ้าก๊อตมายัดปากฉานแค่นั้น เปนอันจบ คราวนี้พูดไม่ได้แล้ว

เส็ดเรวมาก ใช้เวลายี่สิบนาที เร็วกว่าที่คาดไว้เสมอ หมอมักคิดเวลาเผื่อเสมอ

หมอถามอะไรได้แต่ส่ายหน้า กะพยักหน้า

ถามว่าเจบป่าวเราก้อสับสนเลกๆๆตอบว่าเจบ(พยักหน้าอะนะ)

แล้วก้อถามอีกรอบเราก้อว่าไม่เจบด้วยกานส่ายหน้า

แล้วก้อถามเราว่า จะเอาฟันกลับบ้านป่าว

เราก้อพยักหน้า เอากลับจิ ผู้ช่วยคงสงสัย ถามอีกครั้งว่าจะเอาฟันกลับหรอ เราก้อว่าเอากลับจิ

หมอแอบแซวฟันฉานด้วย ว่าไอ้ตัวแสบงะ แต่ก้อแสบจิงๆ ทำฉานเครียดได้นานมากๆๆๆ

แล้วก้อเอาน้ำแข็งประคบ หมอบอกว่าดูแลฟันเหมือนคราวแล้วนะ

พยักหน้าอีกเช่นเคย

คูณหมอก้อพาไปนั่ง รอจ่ายตังค์อีกเช่นเคย

หมอบอกตอนแรกว่า ผ่าที่นี้ถูกที่สุดแล้ว ได้ไปเชคราคาอะป่าว ที่อื่นอาจจะถึงห้าพันเชียว

ช่วงผ่าก้อยังพูดว่า อย่างงี้ต้องเก็บเงินเพิ่มละ ผ่าฟันยากอย่างงี้

อู๊ยๆๆๆหมอ เศรษฐกิจอย่างงี้จะเอาอะไรกะฉานๆๆๆๆ

เมื่อจ่ายตังค์เส็ด ได้แต่ยาอักเสบอย่างเดียว เพราะเรามียาแก้ปวดแล้ว

แต่เราก้ออยากได้ยาบ้วนปากด้วยแต่ไม่ยักมีมาให้งะ หมอคงคิดว่าเรามีแล้วจากกานถอนฟันก่อนหน้านี้หนึ่งวัน เลยไม่ให้ฉานในคราวนี้

เปนอันเส็ดการผ่าฟันฝังในวันนี้ ไปด้วยดี

ลงไปข้างล่างก้อถ่ายรูบเจ้า ด้วยหน้าตาบวมๆๆผ้าก๊อตอย่างแระ มีอยู่สองรูบด้วยกล้อง ฮ่าๆๆๆ

สักพักหมอก้อที่ผ่าก้อลงมา สงสัยมีนัด งิงิ

เราก้อยิ้มให้หมอ แล้วหมอก้อเดินจากไป.....(คงกลับบบ้าน)

ส่วนฉานก้อ รอพี่ ติดต่อกานด้วยกานส่งข้อความ แบบว่าพูดไม่ได้

อิอิ รอสักพักเปนอันมารับ ฮิ้วๆๆๆ

จบแล้วค่าทริบนี้

ปล. หมอที่ไปผ่ามา ดูดีจัง(กว่ารูปที่ลงเนต) ดูเฟรนลี่ ผ่ากะหมอคนนี้ไม่กัวเลย ยังดูหนุ่มๆๆอยู่แท้ๆๆๆ

ถ้าไปผ่ากะหมอคนอื่นจะเปนอย่างงี้ป่าวน้า ขอบคุณโชคชะตาที่มาเจอหมอคนนี้(แอบหลงเสน่ห์หมอคนนี้สะแล้วเรา) เพราะว่าเราไปผ่าแล้วโอเคงะ ถ้าครายมีปัญหาเรื่องฟันเราแนะนำว่าไปทำที่คณะทันตะ ก้อดีนะคุณหมอยังเอาะๆๆอยู่เลยอิอิ และฉานจะเก็บความทรงจำนี้ไปตลอดเลย เจ้าฟันตัวแสบ


วันพุธที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2552

ไปตามหมอนัด

ดีจ่ะ (เหตุการณ์วันที่ 28-06-09 15.00น.)
ผ่าฟันคุดในสุด เปนไงละ ระบม และเจ็บไปอยู่สองสามวันเชียว
เอาน้ำแข็งปะคบอยู่หลายวัน ไอ้เราก้อคิดว่าการประคบด้วยน้ำแข็งมานน่าจะคลายความเจ็บปวดลงได้
แต่ก้อได้เพียงน้อยยิด แต่ๆๆๆๆๆเค้าว่ากานว่าใช้ผ้าอุ่นประคบจะดีกว่า แผลจะหายไวกว่า
คนเราถ้าไม่มีประสบการณ์ก็โง่ได้เหมือนกาน หิ
เรานะ ต้องเร่งให้หายเจ็บแผล เจ็บนานก้อรำคาญแล้วก้อทรมานด้วย
จนวันพฤหัสอาการดีขึ้น พูดได้บ้าง
วันเสาร์ก้อๆไปเรียนภาษาอังกฤษด้วย
แล้วก้อผ่านไปด้วยดีสำหรับอาทิตย์ที่ผ่านมา
แต่ๆๆๆๆๆว่าก้อยังมีแอบเครียดกะฟันอีกซี่ที่ฝังอยู่นะแระ
หลังจากนั่นวันที่หมอนัดก้อมาถึง
วันอาทิด นัดไว้บ่ายสามโมง ตอนเดินทางกะว่าจะนัดเจอเพื่อนเอาของก่อน
แต่ว่าเพื่อนไม่รู้จักที่ แล้วก้อจะไปไม่ทันเวลาเจอหมอด้วยมีอันยกเลิกเพื่อนไป
ระหว่างที่อยู่บนรถก้อมีสายเรียกเข้าจากคลินีก ถามว่าจะมาพบหมอป่าว ง่า
พบจิ พบ เราก้อเลยตอบว่า กะลังเดินทางอยู่บนรถอยู่เด๋วไปถึง
แต่ก้อไปสายจนได้
ตามเวลาในคลินีกก้อสายไปสามสี่นาทีเอง
เข้าไป หมอนั่งคุย ชิวๆๆอยู่กะครายไม่รู้
และก็กะลังรอคนป่วย บ้าๆๆอย่างฉานอยู่
คุณหมอน่าไม่ยิ้มเลย เลยเกิดอาการกัวงะ
แล้วก้อเดินไปนั่งเก้าอี้สีชมพู ด้วยควมกัวเลกๆๆจึงทำให้เราไม่สามารถจำนะช่วงเวลานี้ได้
ถ้าจำไม่ผิดน่าจะ นอนเขี่ยๆๆปากเรา แล้วก้อพิจารณาว่าควรจะถอนซี่ไหนอะไรยังไง
อะอะ มีเรื่องที่ต้องตกจายอยู่อย่าง คือๆๆๆๆ ผู้ช่วยหมองะ เราก้อว่าน่าคุ้นๆๆ
แต่ไม่กล้าทัก เพราะเรามักจะจำคนผิดประจำ อ่าเค้าทักเราก่อน ประมาณว่าวันนั้นไม่ได้นัดหมอผ่าฟันฝังหรอ อ่าตกใจเลย ก้อได้ยินผู้ช่วยหลายคนบอกว่า ทำที่คลินีกก้อได้เราก้อคิดว่ากลับมาทำที่คลินิกก้อได้น่าจะง่าย แต่ว่าต้องไปดูวันว่างของหมออีกที
(ปล. วันนั้นเราก้องงว่าไมน่าเค้าถึงพรีเซนหมอนี้ได้อย่างคล่องแคล่วมาก เหมือนรู้จักเปนอย่างดี ที่แท้ผู้ช่วยก้อทำงานที่คลินีกด้วยเหมือนกาน โลกช่างกลมอะไรอย่างงี้ แหม ชมหมอคนนี้ว่าเก่งอยู่นั่นแระ ยังไงอยู่นะ หุหุ) คุยอะไรอยู่พักมีคุยด้วยว่าเราทำอะไรดูเหมือนตื่นเต้นอยู่ตลอดเวลา เค้าคงพูดอยากให้เราคลายความกังวลงะ แต่อยากบอกว่ามานไม่หายเครียดเลย เห้อ
หลังจากนั้น หมอก้อบอกว่าจะถ่ายรูบฟัน งานนี้จ่ายเงินห้าร้อย แพงอะไรอย่างงี้
หยี้ฟันถ่ายมีอุปกรณ์ช่วยใสๆๆจะได้ถ่ายฟันได้สะดวก ถ่ายอยู่สี่ห้าท่า น้ำลายยายไหลย้อยเลยฮะ
มีการเป่าลมให้แห้ง มีกระจกสอดเข้าปากด้วยนิ จะได้ถ่ายรูบภายในได้
ฉานละอยากเหน แต่ไม่กล้าจะขอดู
แล้วก้อต่อด้วยถ่ายหน้าตรง ด้านข้าง เพื่อดูโครงหน้า (มั่ง)
มียิ้มหน้าตรงด้วย ดูฟันห่างๆๆของฉานอิอิ มีถ่ายกันเสียด้วยนะ
ถ่ายรูบเส็ดหมอก้อบอกไปรอข้างนอก อ้าวแล้วถอนฟันเราละ เราก้อนึกว่า หมอนี้จะถอนให้เรา แต่กลับบอกให้ไปนั่งรอข้างนอก หมอบอกว่าเด่วรอหมอข้างๆๆถอน เปนอันเอออไปเล็กน้อย แล้วก้อไปปรึกษากะคนรับตังค์ว่าจะไม่ได้ถอนจะให้ขูดหินปูน สักพักก้อคิดว่างั้นขอถอนดีกว่าแต่เค้าว่าฟันส่วนเกินถอนทิ้งไว้นานไม่ดี แล้วก้อรอเวลาหมอว่าง เพื่อจะขอถอนฟันคุด และฟันส่วนเกิน สองซี่ในครั้งเดียวแอบไปขอหมอมา ทั้งที่คนคิดตังค์เค้าไม่อยากให้เราถอนฟันส่วนเกิน(สรุปว่าคลินีกนี้จะให้หมอเพาะทางทำในแต่ละเรื่อง เปนการเฉลี่ยรายได้นั่นเอง)
แล้วก้อไปนั่ง หมอหล่ออีกละ (หมอที่นี้น่าร้ากทุกคน หวัดดีคนไข้ทุกคน ฉานมักไม่ค่อยเห็นสักเท่าไหร่ หรือว่าเราไม่ค่อยป่วยฟะ)เครียดเลยตรู อายจัง ฟันไม่สวยงะ
นั่งเกร็งตัวอีกแล้ว แล้วหมอก้อเขี่ยๆๆฟัน เราก้อขอผ้าปิดหน้า ขอแอบดูหน้าหมอดีดีกว่าเจอจังๆๆงิงิ
สักพักหมอก้อฉีดยาชา ครั้งนี้รู้สึกว่าเจ็บเล็กๆๆมากกว่าคราวที่ผ่าฟันงะ หมอฉีดอยู่สี่ครั้งงะ เพราะถอนฟันต่างตำแหน่งกาน ช่วงที่ฉีดก้อมีบอกด้วยว่าไม่เจ็บนะ เจ็บก้อเหมือนมดกัดนิดเดียว อ่า ดีมาก ระหว่างนั่นหมอก้อเอามือมาเกาข้างหูเราเบาๆๆ ทำกะเราอย่างกะสุนัขแนะ แหม หมอนะหมอ
โดยหมอเริ่มถอนฟันไหนงะ ลืม เอาเปนว่าฟันคุดที่โผล่มานซี่เล็กช่างถอนง่ายดาย แต่ฟันส่วนเกินนี้สิ ช่างถอนยากจิงๆๆกว่าจะออกก้อต้องให้ผู้ช่วยมาจับหัวให้นิ่ง จะได้ถอนออกมาได้ ส่ายหัวไปมาอยู่หลายที เห้อ หลุดสักที คิดอยู่ในจายแล้วก้อให้เรางับผ้าก็อตแล้วก้อพูดวิธีการดูแล้ว
มีพูดแบบขำๆๆด้วย ว่าช่วงนี้ต้องกัดฟันพูดไปก่อน อาจจะดูว่าเราหยิ่ง งี้ เห่อๆๆ แล้วก้อไปรอจ่ายตังค์จ่ะเปนเงิน หนึ่งพันบาทถ้วน เบ็ดเส็ด จ่ายไปพันห้าร้อยบาท
ทีแรกคิดว่าน่าจะนัดหมอผ่าฟันฝังได้เร็วแต่ๆๆๆก้อต้องรอนานเลยกว่าจะผ่าก้อกลางเดือนได้ นานเชียว
เลยตัดสินจายไปผ่าทีคณะดีกว่า (เพราะไปอ่านดวงเค้าว่าให้ระวังช่วงเดือนเจ็ด แปด เรื่องอันตราย เสียเลือดอะไรอย่างงี้ เราเลยต้องเร่งผ่าให้ได้ภายในสองวันก่อนจะเดือนเจ็ด) เพราะฉะนั้นต้องรอหมอ เพื่อส่งต่อคนไข้อย่างฉาน รออยู่นาน แต่ก้อได้เหนอะไรๆๆๆเยอะ
คือเจอหมอที่เปนเจ้าของตัวเปนๆๆๆ และคุณลูกสาวจ่ะ ดูแล้วน่าร้ากดีอย่างที่เวบบอร์ดพูดไว้จิงๆๆ
แต่คุณลูกก้อดูจะยังเดกๆๆๆเพราะว่าเลื่อนนัดคนไข้ เพื่อไปเท่วสะงั้นอิอิ แล้วก้อเจอคนที่จะดัดฟันคุณหมอเดียวกะหมอฉาน มาถ่ายรูปเหมือนกาน ดูเค้าไม่ค่อยซีเรียสอย่างฉานเลย งิงิ แล้วก้ออีกคนเอาเครื่องเข้าปากงะ หมอนะทำนานแสนนาน จนเมื่อยเลย มีเบรคด้วยโยกคอ ส่ายหัว ของเราจะนานอย่างงี้ป่าวนะ แล้วก้อคิวเราแล้ว คือเขียนใบส่งตัวผ่าฟันฝัง หมอบอกว่าโทดทีที่ให้รอนาน เราก้อไม่พูดอะต่อนอกจาก ฮะ อะไรนะ ค่ะๆๆๆ หูเราทำไมฟังอะไรไม่ค่อยชัดละเนี่ย หลังจากนั้นก้อรอเพื่อนจ่ะ เพื่อจะเอาบัตรธนาคารมาส่ง สักพักกก้อได้รับบัตร หลังจากนั้นก้อเดินทางไปขึ้นรถเมล์กลับบ้านดูเวลาแล้วใกล้หกโมงจะทันป่าวนิ ต้องเร่งฝีเท้าแล้ว แล้วก้อโทรไปหาพี่ชายว่าจะเข้ามาเชียงใหม่ป่าว ได้คำตอบว่าให้ไปรอที่แอร์ เจ้า คราวนี้ก้อหารถแดง ไปแอร์ ไปถึงก้อไปปจ่ายเงินกู้กอยอศอเจ้า เด๋วจะพลาด หลังจากเส็ดกิจ ก้อเดินเล่น ดูของนู่นนี้อยู่นาน อยากได้ของเยอะแยะ แต่เพิ่งถอนฟันงะไม่อยากพูดงะ ฟันหรอ
แล้วก้อเดิทางกลับบ้านหุหุ
กว่าจะเขียนจบ ขุดความรู้สึกนึกคิดอยู่นาน
บาย จบแค่นี้ก่อน เด่วมาใหม่

วันอังคารที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2552

เว็บน่าสน

เว็บนี้ ภูมิใจเสนอ เปนเรื่องราวเกี่ยวกับหุหุ
http://aussiethai.com/educationview.php?tid=358

ออส ขอมาเกบไว้ในนี้เพื่อเผยแพร่และเผื่อข้าพเจ้าอยากเข้าไปดูอีก
ยังมีเพิ่มอีกหนึ่งเว็บ
http://www.thaiwahclub.com/
ใครชอบ ใครสนใจ ก้อลองเข้าไปดูนะคะ

http://www.opp.go.th/information_newsdetail.php?Page=1&id=354&category=1
อันนี้โครงการ
http://www.opp.go.th/fileupload/news/fileup/visasAus_1-12-51_1228125783.doc
ลองดูสำหรับคนที่ยังไม่สามสิบปี

ขอก๊อบข้อความบ้างส่วนมาลงเพื่อเตือนใจตัวเอง ขอขอบคุณสำหรับข้อความเปนอย่างยิ่ง
จากกะทู้พันทิพ เตรียมตัวก่อนจะอยากเดินทาง


เราก็ผู้หญิงคนเดียว ไปแบบไม่รู้จักใครเหมือนกันค่ะ ถึงได้บอกว่าต้องหาข้อมูลและเตรียมตัวให้ดี วีซ่าแบบนี้ การรู้จักช่วยตัวเองสำคัญมากค่ะ อย่าไปแบบไม่เตรียมอะไรเลย เพราะคุณอาจผิดหวังและเสียเงินเสียเวลากลับมาตั้งแต่ยังไม่ทันครบปีและอย่าหวังพึ่งพาใครก่อนโดยที่ยังไม่ได้พยายามลงมือทำด้วยตัวเอง แสดงความพยายามและความตั้งใจจริงออกมา เวลาทำงานก็ทำแบบให้ใจเต็มร้อย ไปอยู่นู่นใครๆก็เอ็นดูค่ะ อย่าทำงานแบบคิดว่ากลัวเค้าจะเอาเปรียบหรือจะได้เปรียบเรา เพราะไม่งั้นคนงานแบบนี้ที่นั่นมีเยอะแยะ เค้าไม่จำเป็นต้องจ้างคนไทยเลย และพิจารณาสิ่งต่างๆก่อนที่จะรับเข้ามาในชีวิต อย่าไว้ใจคนง่าย โดยเฉพาะคนไทยที่เข้ามาทำดีด้วย อย่าเพิ่งไปไว้ใจเต็มร้อย เพราะคิดว่าเป็นคนชาติเดียวกัน คนชาติไหนๆก็มีทั้งดีและไม่ดีทั้งนั้น แต่เรามักจะเปิดรับคนไทยเข้ามาในชีวิตมากกว่าเพราะมันอุ่นใจดีใช่ม่า ไอ้ความไว้ใจนี่แหละที่อันตราย เราเคยเจอคนแบบที่ทำดีกับเราเหลือเกิน รู้จักกันมาเกือบปี ตอนหลังมาแทงข้างหลังเราเฉยเลย ใจคนหยั่งยากค่ะ จากคุณ : pidpipid (pidpipid) - [ 9 ก.พ. 52 10:36:18

เสริมอีกนิดหนึ่งค่ะ หลายๆคนที่เป็นผู้หญิงแล้วไปตัวคนเดียวโดยไม่รู้จักใครอาจจะกลัว ความเห็นเราคือ ผู้หญิงเราก็รู้กันอยู่แล้วว่าใช้ชีวิตอย่างไรจึงจะปลอดภัย ดังนั้น ตอนอยู่ไทย ทำอย่างไร อยู่เมืองนอกก็อย่างนั้นแหละ ไม่แตกต่างกันหรอก คือ ไม่ควรเอาตัวเองไปอยู่ในที่อโคจร ไม่ไว้ใจคนง่ายๆและไม่คบคนพาล อาจจะต่างกันตรงที่ ที่นั่นอาจจะมีคนเหยียดคนเอเชียบ้าง ใครโชคร้ายก็อาจจะโดนไป ซึ่งเรื่องแบบนี้ก็โดนทั้งหญิงและชายนั่นแหละ แต่เราไม่เคยโดนอะไรแรงๆนะ จะมีก็แค่เดินอยู่ริมถนนแล้วคนที่ขับรถผ่านตะโกนอะไรใส่ไม่รู้ ฟังไม่ออกแฮะ แต่โดนบ่อย แต่ที่ออสฯมีไม่เยอะหรอกค่ะไอ้เรื่องเหยียดเนี่ย แล้วสภาพแวดล้อมก็ปลอดภัยกว่าไทยอีก เดินกลับบ้านตอนหลังเลิกงานดึกๆยังน่ากลัวน้อยกว่าที่ไทยอีกค่ะ สรุป คือ แค่เพิ่มความระมัดระวังซักหน่อย อย่าให้ความกลัวมาฉุดรั้งเราให้อยู่กับที่แต่ใช้ความกลัวเป็นแรงผลักดันให้เราเตรียมตัวให้พร้อมนะคะ


http://www.hi5.com/friend/group/3141944--Work%2Band%2BHoliday%2BVisa%2BAustrali--topics-html


บลอกนี้น่าสนใจขอเกบมาลงบลอกกเราแล้วกาน

http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=pocha555&month=07-2008&date=16&group=18&gblog=10
ครายสนจายลองเค้าไปอ่านนิ เรื่องราวไปเท่วออสสสสสสสส

วันพุธที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2552

ทำตัวอะไรอย่างงี้

วันนี้ได้มีโอกาสมาเขียนบลอกเล่าเรื่องลาวๆๆของตัวเอง
วันจันทร์ได้ไปหาหมอฟัน
ไปบอกเค้าตอนแรกว่าผ่าฟันคุดแต่นัยยะเพื่อการเอ็กเรย์ปาก
ก้อฟันข้าเจ้ามานฝังอยู่ในเหงือก เราไปถึงก้อหน้าเออๆๆ
แล้วก้อทำบัตร รอสักพักไปหาหมอ
หมอรู้ว่าฟันฝังบอก ไม่ทำ ด้วยน้ำเสียงนุ่มๆๆ
เราก้อ ไรฟะ เหนแล้วไม่ทำหมายฟามว่าไง
หมอก้อปรึกษากะผู้ช่วย งั้นเอาไปให้ป้าดู เพราะว่าเรามใบส่งตัวมาด้วย
แล้วหมอก้อบอกว่าไหนดูจิ
หมอไม่สันทัดเรื่องอย่างงี้ เขี่ยดูปากเราอยู่พักหนึ่ง
ผู้ช่วยก้อมาบอกว่าเค้าให้เรามาทำแค่เอกเรย์นะไม่ต้องผ่า
แง่วเลย เราก้อกะว่ามาผ่าตัดใหญ่เรื่องฟันก้ออยากจะมาทำที่นี้งะ ดูไม่น่ากัวเท่าไหร่
แล้วหลังจากนั้นก้อมาเอ็ก ข้างล่าง เค้าก้อจะเอ็กให้เราอย่างเดียว เราก้อบอกว่า
หมอที่จะดัดฟันให้งะ เค้าให้ทางนี้ช่วยประเมิน ด้วยนะ
เค้าก้อว่าไม่รู้งะ แล้วเราก้อไปเอ็ก ได้เอาอะไรเข้าปากตรูอีกแล้ว
ถ่ายอยู่สองท่าจ่ะ นั่งนิ่งๆๆด้วย
อยากจะอ้วกอีกอะแระ
ถ่ายเส็ดก้อมารอข้างนอก รอสักพัก อิอิ ถ่ายซ้อมเจ้า
ก้อภาพที่ได้มานไม่ชัดนิหว่า
แต่ระหว่างที่รอมีคนมาเอ็กอยู่สองคน ความคิดว่าน่าจะเปนคนดอย ที่มากะครอบครัว
ส่วนอีกคนนะหรอก้อ .... พระนะ (รู้สึกว่าจะ...) ไม่เอาละ ไม่พูด บาป
สองคนที่ถ่ายก่อนเรา เค้าได้ฟิล์มเส็ดก่อนเรา ไปก่อนเรา ส่วนเรา รออยู่นานเลย
ถึงจะได้ สามท่า สองฟิล์ม แล้วก้อเอาใบประเมิน
จนมาจ่ายตังค์ เราก้อนะ เค้ามีบัตรคิวไม่เอาสะงั้น ไปแจ้งเค้าว่าสองฟิล์ม
เค้ารับเงินก้อรมณ์เสีย บอกเรารอเดียว รออยู่พักหนึ่งฮ่าๆๆ เค้าก้อเรียกตามคิว
เราเลยต้องไปหยิบบัตรคิวเลย แน่วอีกเรื่อง รอคิวแล้วก้อจ่ายเงิน 160 บาท
ทันใดนั้นเราก้อคิดว่า มาแค่นี้เสียเวลา น่าจะได้อะไรมากกว่านี้ ก้อเลยตัดสินจายขอผ่าฟันคุด
แล้วก้อขึ้นไปห้องข้างบน ถามหมอขอผ่าฟันคุดได้ป่าว หมอคนเดิมบอกว่าได้
ผู้ช่วยสาวสวยถามถึงบัตร เราก้อว่าไม่มี แล้วก้อมีเสียงจากคนรอบข้างบอกพูดขึ้นมาเลยว่ามีแล้วอ่า
ซ่วยไมตรู แต่เราไม่ได้นิ เราก้อว่าไม่มี เพราะตอนลงไปข้างล่างถ่ายเอ็กเรย์เค้าไม่ได้ให้บัตรฟ้าตรูนิ
แล้วเค้าก้อหาบัตรให้ตรู เส็ด บอกขอทำตอนนี้ได้ป่าว หมอก้อนั่ง ชิวๆๆ
ผู้ช่วยบอกว่าไม่ได้ เราก้อไม่อยากเรื่องมาก ตอนนั้นเพิ่งบ่ายสามโมงครึ่งได้มั่ง
เค้าบอกฮานว่ามีคิวอีกทีก้อตอนห้าโมงครึ่ง เอาฟะ กี่โมงก้อได้ เค้าบอกอีกว่าไม่ช่ายหมอท่านนี้อีก
เราก้อว่าค่ะเปนจบ รอเวลา
เดินเตร่อยู่หน้าคณะ เริ่มจากวัดสวนดอก ไม่เคยไปเลย พอไปเข้าจิงๆๆ ดูแล้วไม่มีอะไรเลย
เสียเวลาสำหรับนักท่องเท่วจิงๆๆ
หลังจากนั้นก้อนึกขึ้นได้ว่าต้องเบิกเงินเลยเดินไปกดเงินที่ธนาคารแล้วเดินเล่นที่วัตสัน
จิงก้อไปเดินตากแอร์อะ ก้ออากาศมานร้อน แล้วก้อซื้อทิชชูมาเพราะว่าหมดพอดี
แล้วก้อข้ามมาคณะเภสัช ต่อ ไปอ่านบอร์ดหน้าร้านขายยาของคณะเค้ามา
เค้าว่ากลูตาไทโอนดี งั้น งี้ เอาละสิ อยากซื้อ เดินไปซื้อเลย ตากแอร์อีกอิอิ
ตอนแรกว่าไม่มี แต่ตาเด็กน้อยบอกว่ามี เอาละสิ งัยกานนิ
มีก้อมี งั้นขอดู ได้เห็นแล้วจึงซื้อ มาหนึ่งกะปุก ราคาไม่ขอพูดถึง คนสวยบอกว่ากินวันละเม็ด
ถ้ากินกะวิตามินซีจะดีมาก
หลังจากนั้นก้อเดินไปรอเวลาที่คณะทันตะ ระหว่างรอนั้นก้อนั่งอ่านหนังสือ 17 ที่เตรียมไปด้วย
จะได้ไม่เบื่อ จนห้าโมงเย็น ก้อเดินขึ้นไปเอาบัตรวาง ผู้ช่วยสาวยสวยคงเซ็งกะการกระทำของฉาน
รีบเอาบัตรไปหาหมอ อิอิ รอแปบเราก้อได้พบหมอ
ตอนบ่ายที่เจอก้อมีอายุแล้ว แต่ตอนนี้ที่เจอนะหรอ ยังอ่อนอยู่เลย
เข้าไปหาหมอด้วยความกังวล (ฉานมักเปนอย่างงี้ทุกทีสิหน่าไม่เคยเปลี่ยน)ทำให้ไม่รู้เรื่องอะไรสักอย่าง หมอบอกหวัดดียังไม่รู้เลย ก้อคนมานนอยนิหน่า ไม่ได้หวัดดีหมอกลับงะ(แอบรู้สึกแย่กะตัวเองเล็กน้อย)
หมอก้อเขี่ยๆๆอยู่สักพัก ใช้เวลาผ่า 15 นาที เราก้อว่าทำเลยหมอ
หมอถามว่ามากะคราย เฮาก้อว่ามาคนเดียว แล้วหมอก้อฉีดยาชา ทีนี้ละ เราก้อต้องนอนอย่างอกสั่นขวัญแขวน เจ็บจิ๊ดๆๆเจ็บเหมือนมดกัดนิดนึง รออยู่แปบ หมอก้อมีคนไข้รายใหม่มาเปนนักศึกษา ทำระหว่างรอเราปากชา เราก้อเหนหมอเขี่ยๆๆปากอยู่สักพัก ก้อส่งตัวน้องคนนั้นไปหาหมอคนใหม่
แล้วผู้ช่วยแพทย์ก้อหันมาถามเราว่ากัวป่าว เราก้อว่ากัวจิ เค้าก้อว่าไม่ต้องไม่มีอะไร
เวลาทำจะเสียงดังหน่อยเท่านั้น แต่ไงเราก้อว่ากัวอยู่ดี
แล้วหลังจากนั้นหมอก้อมาลงมือปฏิบัติการ หมอทำด้วยความรุนแรงมาก ขอบอก
แต่เพราะว่ามานชาไงก้อเลยไม่เท่าไหร่ อิอิ
สุดท้ายแผลฮานก้อระบมจิ บวมอยู่สองวัน อะอะ ผ่ามาแล้วขอเกบฟันด้วย ได้เลยค่ะ
เห็นเครื่องมือ สำลีเปื้อนเลือดเรา เห้อๆๆ จะเปนลม แล้วก้อเดินทางกลับบ้าน เปนไงละออกแนวพูดไม่ชัดสะงั้น เค้าจะฟังเรารู้เรื่องปะ นิ
แอบแวะซื้อมะตะบะด้วย คิดว่าน่าจะกินได้ หุหุ ปวดจนอ่าปากก้อไม่ได้ เปนอันว่าอดเลยเจ้า นำไปแช่ตู้เย็นเรย อีกอย่างมานคงกินไม่ได้ด้วย เพราะมานเปนมะตะบะไก่ เดี๋ยวแผลจะคัน (รึป่าว ไม่รู้ ไม่กล้าลอง)
วันนี้ขอจบแบบกุดๆๆอย่างงี้ก่อน บายๆๆ

พิมพ์นะวันพฤ นะ แปลก ไงขึ้นข้างบนเปนวันพุธงะ

วันเสาร์ที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2552

คำถามที่ยังไม่ได้คำตอบ

ตอนนี้เรายังค้นหาคำตอบอยู่

วันนี้ไม่ว่างไปหา

กะว่าวันพุ่งนี้จะเดินไปหาคำตอบ

คาดว่าน่าจะได้คำตอบละ

วันนี้ก้อเล่นเนตไปมา

ไปเจอกระทู้นึ่ง http://topicstock.pantip.com/woman/topicstock/2008/05/Q6655566/Q6655566.html



มาแชร์ข้อมูลกันหน่อยนะคะ ว่าเสียค่าใช้จ่ายกันเท่าไหร่บ้าง ^^

"เริ่มจากของเราก่อนเลยx-rays 750

ผ่าฟันคุด 4ซี่ ซี่ละ 3000 รวม 12000

ถอนฟัน (ยังไม่ได้ทำ)อุดฟัน (ยังไม่ได้ทำ)พิมพ์ปาก (ยังไม่ได้ทำ)

ขูดหินปูน (ยังไม่ได้ทำ)

ติดเครื่องมือบน 8500 + ล่าง 8500

ต่อไปเดือนละ 1200

รีเทนเนอร์ บน+ล่าง 4000รวม = 57750 ตามรายการข้างบน

นี่คือที่คุยกับหมอไว้อะค่ะ ยังไม่รวมที่ยังไม่ได้ทำอีก(เพิ่มเติมข้อมูลอีกนิด) เฉพาะราคาจัดฟันที่คุยกับหมอ 41000(ไม่รวมรีเทนเนอร์)ตอนนี้เริ่มไม่อยากทำแล้วอะ แอบเสียดายเงิน เดือนนี้ผ่าฟันคุดก็หมดไปเป็นหมื่นแล้วอะ ยังหาเงินเองไม่ได้เลย T-T
แก้ไขเมื่อ 29 พ.ค. 51 23:06:40

ขอบคุณเจ้าของกระทู้นะค่ะ ขออนญาตเอาข้อมูลมาลง

เพราะเราได้รู้ว่ามีคนที่รู้สึกอย่างเราอยู่เหมือนกาน



อ่านแล้วอยากบอกว่า

อารมณ์เดียวกะฉาน ณวันนั้นเลย หลังจากเจอหมอจัดฟันตัวจิง

โดยเฉพาะการจั่วหัวเรื่อง

ก้อมานจะต้องมีค่าใช้จ่ายตามมาอีกมากมาย

ฉานไปทำมาแค่พิมพ์ฟัน เอกเรย์แค่นี้ก้อเปนพันแล้ว

ทำไมจัดฟันมานแพงอย่างงี้

วันพฤหัสบดีที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2552

บ่นๆๆให้เพื่อนฟัง

เรื่องทำฟันนะแระ
ฟันซ้อนกานข้างในจะผ่าไงฟะ
ต่อมาก้อเรื่องดัดฟันนานสะ อยากทำแปบๆๆเส็ด
คนอื่นไม่มีปัญหา คงได้ใส่เครื่องมือไปแล้ว
อิฉันจิ ไมหนอถึงซ้อนกานข้างใน
ไปหาหมอไหนก้อเจอแต่คำถามว่าฟันหายไปไหนหนึ่งซี่
เราก้อเข้าจายว่าฟันหนูผุหนึ่งซี่เลยถอนออก
ซึ่งแท้จิงแล้วฉานคงถอนฟันน้ำนม แล้วก้อมีฟันแท้ซ้อนอยู่ข้างใน ฟันข้าเจ้าเลยห่าง


มาถึงความหวังและเชื่อว่าจะไปให้ถึงจนเหตุต้องไปบ่นกะเพื่อนว่าจะเร่งทำฟัน
ก้อกะว่าปีหน้าจะไปต่างประเทศไง
กะว่าจะบอกหมอสักหน่อยว่าดึงเยอะๆๆเลย ทำให้เส็ดทันก่อนไปต่างประเทศ
ตอนนี้ก้อเรียนภาษาไปก่อน

อ่า ว่าจะโทรไปหาหมอสักหน่อยว่าเก็บฟิล์มฟันน้อยของฉานไว้ป่าวน้า
จะเกบไว้เปนความทรงจำที่ทำให้ฉานเครียดได้

อีกอย่างหนึ่งที่เครียดก้อเรื่องหมอนี้สิ
ที่คิดว่าน่าจะเปนหมอมีอายุหน่อย แต่พอเอาเข้าจิงกลายเปนหมอหนุ่ม
เราก้อเลยไปเชคข้อมูลต่อว่าจบจากการดัดฟันจิงเป่า
ก้อได้คำตอบว่าจบด้านดัดฟันโดยตรงจิง
เพิ่งจบไม่นานมานี้ด้วยงะ
ไอ้ตอนแรกก้อคิดว่าน่าจะเจอหมอสาวนะเนี่ย ฮือๆๆ

วันนี้ฉานจะไปตามหาความจิงอิอิ
จะมาต่อตอนดึกนะ

วันอังคารที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2552

เครียดจัง

คิดดีแล้วหรอเนี่ย เรื่องทำฟันนะ

แหมมมมมทีแรกก้อคิดว่าไม่น่าจะเจออะไร ทำแปบๆๆก้อน่าจะได้
ไปๆๆมาๆๆ ต้องมีอะไรเพิ่มขึ้นอีก
เฮ้อๆๆๆ


เรื่องแรกก้อตรงที่ไม่ทันสังเกตเรื่องหมอนะสิ คราวก่อนอุตส่าห์ดีจายได้เจอหมอฟันผู้ญิง
ไปคราวนี้เปนไง ตะลึ่ง นะสิ เจอหมอผู้ชาย ทั้งๆๆที่เค้าก้อเยนชื่อหมอแล้วแท้ๆๆ ลืมที่จะเอ๊จายงะ
คราวก่อนยังแม่งๆๆอยู่ว่า หมอถามไมไม่ทำที่ลำพูน

เรื่องที่สองนะหรอ ก้อฟันฉานนะจิ
คิดว่ามีปัญหาอย่างเดียวแค่ฟันคุดเรื่องเดียว
ไง๊ ไมมานเปนงี้นะ
ก้อฟันฉานมานซ้อนกานในเหงือกนะสิ เอ็กมาแล้วรอบหนึ่ง
ยังต้องไปเอ็กีกรอบสองที่ที่คลีนิคหมอ หมอว่ายังดูไม่ชัด
ต้องไปดูต่อที่คณะทันตะ มอชอ
เห้อ หลายขั้นตอนจัง
ชักเหนื่อยและท้อ
เพราะการทำฟันครั้งนี้ ยังไม่ช่ายความตั้งจายจิงของฉานมั่ง
ก้อเลยมีอาการอย่างงี้
ถ้าเปนเรื่องที่ฉานอยากทำแล้วเกิดอาการอย่างงี้คงแย่
เสียเงินเยอะอีกต่างหาก
ไปคราวนี้เสียค่าถ่ายเอ็ก อีกตั้งร้อยบาท
ว่าจะโทรไปถามสักหน่อยว่าเค้าเก็บภาพเอ็กไว้ป่าว
ไม่งั้นเค้าจะขอมาเก็บไว้
เครียดจังเรื่องฟันซ้อน
มานนจะออกไงฟะเนี่ย

วันเสาร์ที่ 13 มิถุนายน พ.ศ. 2552

จุดเริ่มต้นของฝันสวย

เริ่มแรกเลยก้อถามจาเพื่อนๆๆที่เค้าดัดกานอยู่ว่าเจ้าไหนดี

ถามไว้นานมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆได้ปีหนึ่งแล้วมั่ง





ตอนแรกก้อกะว่าจะหาเงินก่อนแล้วค่อยทำ

แต่แม่ยื่นข้อเสนอมาบ่อยมาก และเร่งให้เราไปดัดฟันสะ

เลยมีอันได้ฤกษ์ทำฟัน ไปหาหมอตามที่เพื่อนบอก

ไปอยู่หลายรอบมาก แต่ก้อเราและหมอจะมีเวลาไม่ตรงกานสักที

ท่าทางจะอดแล้วเรา



ที่นี้เราก้อมานั่งหาข้อมูลอีกทีว่าจะทำที่ไหน แล้วก้อนึกขึ้นได้อีกที่

ที่เพื่อนสนิทแนะไว้ตั้งแต่แรก และก้อมาหาข้อมูลทางเนตอีกที

ก้อมีอันว่าตกลงเราก้อจะไปหาหมอเจ้านี้ดู

แล้วก้อวันเสาร์ก้อไปหา

เดินเข้าไปแรกๆๆรู้สึกลึกลับน่ากัวจัง ข้างล่างปิดไฟ แบ่งเปนห้องๆๆ

แอบมีกล้องวงจรปิดถ่ายเราด้วย มีพนักงานต้อนรับอยู่ที่ทางเข้า

คอยแนะนำว่า เชิญด้านบน



แล้วก้อเดินขึ้นด้านบน แอบ เกรงๆๆอยู่นะเนี่ย

หลังจากนั้นก้อ ว้าว ดูเหมือนห้องที่มานเถื่อนๆๆ

อะอะไม่ช่าย เปนห้องกว้างๆๆหมออยู่กานหลายคน

รออยู่สักพักก้อเหนหมอแก่ๆๆ ดูท่าทางใจดี ดูเปนห่วงคนไข้มากเลย

ดูแล้วเราก้ออยากได้หมอคนนี้เหมือนกาน แต่ว่าเค้าก้อเดินทางกลับบ้านแล้วซะงั้น

แล้วฉานจะได้หมอจายดีอย่างงี้ป่าวน้า

แล้วก้อนั่งรอๆๆต่อไป

หมอนัดย่อมมาก่อนคนป่วยใหม่555 ที่ไหนๆๆก้อเปนอย่างหมด ทำฟันทั้งที่ต้องทำจาย

หมอก้อดูคนไข้ที่หมอนัดแปบๆๆ แล้วก้อถึงคิดเรา

ฮ่าๆๆๆ อยากบอกว่าคุณหมองามแต๊ว่า

แรกๆๆก้อดูไม่ออก เพราะเราสายตาสั้น งิงิ

จนได้close up ก้อบอกได้เลยว่าขาวใส

สมแล้วที่เปนคุณหมอ ผิวสวยมากไม่มีรอยแผลเปนเลย

อะอะ ยังไม่หมด อย่างที่บอกคราวแรกว่าเปนห้องกว้างๆๆ

มีหมอหลายคนด้วย จึงเปนเหตุให้เราได้เหนหมออีกคน หุหุ

คราวนี้เปนชาย ดีนะเราไม่เจอ ไม่งั้นคงใจสั่นแน่ โชคดีจัง

ต่อๆๆหมอก้อดูๆๆอ้าปาก กัดฟันอยู่สองสามรอบ

ถามว่าไม่ทำที่ลำพูนละ (ก้อคนเค้าอยากทำที่เชียงใหม่นิ ดูอินเตอร์ดี)

ก้อตอบหมอว่า อ่อ เพื่อนแนะนำมาก้อเลยมาทำ

หมอก้อแนะว่า มีสองทางเลือก คือดัดแต่ฝันก้อยังห่างอยู่ก้อฝันมาซี่เลกงะ

สองไม่ต้องดัด เราก้อฟังไม่เข้าจาย ประมาณว่าใส่ฟันปลอมแทรกเข้าไปอะไรประมาณนี้งะ

เราก้อคิดอยู่สองวิ(ที่คิดสั้นก้อเพราะหมอสวย อ่าๆๆไม่ช่ายๆๆๆเพราะว่าแม่ให้เงินเราทำดัดนิ

ก้อเลยดัดแล้วกาน แล้วจะได้ไม่มีปัญหาเรื่องการแปรงฟัน หรือว่าฟันผุในอนาคต)



เมื่อตัดสินจายว่าจะดัดเค้าก้อเลยพิมพ์ฟันเลยไม่อยากมาเสียเที่ยว

เปนคล้ายๆๆหมากฝรั่งงะ มานยืดๆๆเอาเข้าปากเราพิมพ์ฟันข้างล่างก่อน

แล้วเปนไงนะหรอ ก้อจะอ้วก อะเซ มานจะไหลลงคออยู่แล้ว

หมอก้อบอกว่าอย่าเด๋วหมอจับเองมานกะลังเซตตัวอยู่

ซังงี้สิต้อง(ถอน)นั่ง หมอก้อจัดการให้เรานั่งเลย โอ้ ค่อยยังชั่ว รออยู่สักพักก้อเอาออก

วันพุธที่ 10 มิถุนายน พ.ศ. 2552

สื่อ

http://www.greenworldmedia.co.th/index.php?page_id=03&lang=3&switch_L=1
สื่อสิ่งพิมพ์
ดูแล้วน่าสนจายเลยเก็บมาไว้

วันพฤหัสบดีที่ 4 มิถุนายน พ.ศ. 2552

เคล็ดลับการทำธุรกิจ

เคล็ดไม่ลับการทำธุรกิจอย่างหนึ่งก้อน่าจะเปน trust แปลว่าความเชื่อใจ ซึ่งนับว่าเปนสิ่งสำคัญที่จะทำให้ธุรกิจเจริญเติบโต ไม่เชื่อลองถามอีเบย์ดูจิ

ไร้สาระ

at least I still live
แปลว่าคิวชั้นแล้ว

no one can make u feel inferior without your consent .
แปลว่า ไม่มีใครทำให้คุณรู้สึกต่ำต้อยได้ ถ้าหากตัวเองไม่ยินยอม

ห้ามนุ่งผ้าใหม่ วันอังคารกะวันเสาร์

วันพุธที่ 3 มิถุนายน พ.ศ. 2552

คาถาพระเจ้าทันใจ


นะโม 3จบ

นะโม นะมะ สะขัง โกทะมัง ใจจะคุ 3จบ

เอามาเผยแพร่เผื่อครายอยากได้

จากบลอกท่องเท่ว กลายเปนบลอกศาสนา ความเชื่อสะงั้น

คราวหน้าจะลองเอาท่องเท่วตามวัดต่างๆๆมาดูจะได้ลงตัว หุหุ

วันจันทร์ที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2552

เรื่องเล่าบ้าบอ

อะฮะ เรื่องมานก้อมีอยู่ว่า มีหมอดูมาทักนะสิ

ว่าหลังวันเกิดจะเจอเนื้อคู่ ทำงานสายธนาคาร

ไปมาธนาคารหลายเดือนก้อถ้าจะช่ายละ

เราก้อค่อยสังเกตว่าจะมีครายแอบชอบหรือป่าว

จนมาวันหนึ่ง เค้าไปธนาคาร อยู่ดีๆๆก้อมีอาการตื่นเต้น โดยไม่ทราบสาเหตุ เหมือนมีใครมอง มองไปมาแรกๆๆก้อไม่เจอหรอก

แล้วก้อไปอีกหลังๆๆก้อรู้ว่ามีคนมอง จนรู้ว่าครายกานนะที่มองฉาน

พอรู้ว่าครายมองยิ่งไม่ดีเลย

ตื่นเต้นทุกครั้ง เปนอย่างงี้เรื่อยๆๆเลย


หุหุ ตอนนี้อาจจจะเปลี่ยนไปแล้วก้อได้
ฉานเริ่มที่จะมีความมั่นจายเพิ่มขึ้นแล้ว
หลังจากมีคนมาแนะฉานว่ามั่นจายเรื่องที่ไม่ควรจะมั่นจาย
ไม่มั่นจายในเรื่องที่มั่นจาย
ตอนนี้ก้อพยายาม ที่จะมั่นจายทุกเรื่องแล้วกาน
สู้ๆๆ

วันอาทิตย์ที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2552

คาถามั่งมี

ช่วงนี้กะลังเห่อขออัพอีก


คาถาพระสีวลีฉันข้าว
นะโมพุทธายะ สิทธัง นะชาลีติ ประสิทธิลาภา
ปะสันตะ จิตตา ศรัทธา โหนติ ปิยังมะมะ
สัพเพชะนา พะหูชะนา สัพเพทิสา สะมาคะตา
กาละโภชนา วิกาละโภชนา อาคัจฉายะ
อาคัจฉาหิ ปิยังมะมะ สิมมะลีจะมหาเถโร
สัพพะลาโภ นิรันตะรัง ตะมะหัง สังฆัง
สิระสา นะมามิ
สวด 3 5 7 9 จบ ถ้าได้108 จบก้อจะพลิกชีวิตมั่งมีศรีสุข
นำมาเผยแพร่ไว้เพื่อมาแบ่งๆๆกันรวยในช่วงเศรษฐกิจอย่างงี้
ขอเพิ่มเติมหน่อย
คาถาบูชาพระพิคเณศวร
หริ โอม คเณศ ชัยยะ นามนมัส (7จบ)

ดูดวง

วันนี้ตอนเย็นง่วงนอนเป็นบ้า เลยแอบงีบตั้งสองรอบ พอนอนเต็มอิ่มก้อมาเขียนบลอกเลย ที่เปนอย่างงั้นก้อเพราะว่า วันนี้ต้องตื่นแต่เช้ามากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ กี่โมงนะหรอ ตีสี่งะ คนอื่นอาจจะว่าไม่เช้า แต่สำหรับเจ้าแล้วเช้ามาก ก้อคนเคยตื่นสายนิ ที่เป็นอย่างเพราะมีภารกิจไปดูดวงงะ คือเราต้องไปรับบัตรคิวนะ ในแต่ละวันเค้าจะรับดูดวงช่วยคนเพียงแค่ยี่สิบคนเท่านั้นเอง เพราะงั้นเจ้าเลยต้องตื่นแต่เช้าเพื่อไปรับบัตรคิว

ออกบ้านเราตอนตีห้า เพื่อนมารับงะ ด้วยความที่ฟ้ายังไม่สว่าง จะไปขึ้นรถเพื่อนปรากฏว่า เจ้าเดินเหยียบแอ่งน้ำอย่างแรง เป็นไงนะหรอค่ะ ก้อเปียกเยย เห้อ คนอะไรโก๊ะได้อีก

แล้วก้อเดินทางไปยังบ้านอาจารย์หลุยส์ (ขออนุญาตเอ่ยนาม) เดินทางไปตอนนั้นก้อต้องเล็งทางเข้าบ้านดีๆๆ ก้อตอนไปนะยังมืดอยู่เลย มีแอบเลยซอยด้วยนะ

หลังจากนั้นก้อรอรับบัตรคิวก้อตอน หกโมงเช้า ได้บัตร สี่ห้าหกนะ ก้อไปกันสาม คนอะนะ
พอได้บัตรคิวเสร็จ เราก้อเดินทางไปหาห้องน้ำ แหะๆๆก้อโรงพยาบาลใกล้ๆๆแถวนั้นนะ แล้วก้อไปหาไรกิน จากตลาดแถวๆๆนั้น (ก้อตื่นเช้านิ เลยยังไม่ได้เอาอะไรลงท้องเลย) กินข้าวกันที่แถวบ้านอาจารย์ ก่อนจะย้ายไปยังลานจอดรถของอาจารย์ หลังจากกินเสร็จเราก้อคุยกะเพื่อนได้พักหนึ่ง แล้วไม่มีเรื่องคุยก้อขอนอนเอาแรงก่อนแล้วกานได้ประมาณสี่สิบห้านาทีได้

แล้วก้อได้เวลาที่จะดูดวงแล้ว งิงิ ดูเหมือนว่าจะได้ดูแต่ความจิงแล้วไม่เลย ต้องไปนั่งรอตั้งหลายนาที เป็นชั่วโมงกว่าได้ ถ้าจะเดาเวลาก็ประมาณสิบโมงกว่า ที่เปนงั้นก้อคนดูเค้าติดธุระงะ

มาถึงเรื่องที่ไปดูมาเค้าก้อทักว่า เราอะมีกรรมเรื่องไปฆ่างูมานะ อาจจะทำให้เราปวดหลังไปแก้กรรมโดยการเดินเวียนเที่ยน เจ็ดรอบที่วัดหลวงจังหวัดลำพูนเดินสวนทางกะที่เค้าเดินด้วยนะ (ดูสิเดินทั้งทีไม่ธรรมดาเลยใช่ป่าว) แล้วก้อปล่อยปลาไหลและหอยขมอีก เรื่องนี้ฟังแล้วก้องงเลยทักมาอย่างงี้ก้อเจ้างะ ปวดหลังมานานละ เพราะงั้นลองทำดูเผื่อว่าอาการปวดจะหาย เบาบางลงก้อยังดีอิอิ แล้วก็พูดประมาณว่าเจ้ามีหลวงปู่ทวดคอยคุ้มครอง เลยให้ไปหาหลวงปู่ทวดมาห้อยคอ(รู้จักอะนะ แต่ว่าจะมาไปหาแถวไหนนิ) ปลูกต้นไผ่ในบ้านเพื่อเสริมความเปนสิริมงคล ทั้งอัญมณีสีเหลืองพกติดตัว

แล้วยังให้เรากินเจด้วย เค้าถามเจ้าว่าจะทำได้ป่าว เราก้อตอบได้ทันทีว่าได้ ก้อเค้าให้เรากินหนึ่งครั้งตอนเดือนนิ ดูแล้วเจ้าก้อคิดว่าน่าจะทำได้ เพราะฉะนั้นก้อต้องมานั่งหาวันกินไม่เจ้าลืมแน่ว่าเรากินอ่ะยังน้า เจ้าเปนพวกเดกขี้ลืม สะงั้น

ไปดูมาก้อมีเรื่องอยู่แค่นี้งะ

ปล.ขอเม้าท์หน่อย
คนดูดวงเปนแบบคนทรงงะ ร่างทรงแอบหน้าตาดีด้วยงะ อายุก้อไร่เรี่ยเรานะ เราเห็นแล้วยังแอบคิดอกุศลด้วย เลยเปนเหตุให้ก่อนถึงคิวเรา มีตื่นเต้นด้วย


ข้อคิดดีๆๆที่ได้จากวันนนี้คือได้รู้เรื่องเพื่อนคนหนึ่งเค้าได้เดินทางไปต่างประเทศตั้งหลายประเทศเพื่อไปหางานทำ เราฟังตอนแรกก้ออิจฉา ทำไมพ่อแม่เค้าถึงให้ไปนะ แล้วไมเราถึงไม่ไห้ไปสักที ปรากฏว่าเพิ่งมารู้ว่าเค้าต้องดิ้นร้นหาเงินเพื่อมาเลี้ยงคนที่บ้าน ฟังอย่างงี้แล้วก้อ ....
เมื่อคิดถึงตัวเราแล้วสบายตั้งเยอะ แต่ก้อยังอยากไปอยู่ เพื่อที่จะได้รู้ความยากลำบาก ตั้งแต่อายูยังน้อย ซึ่งน่าจะดีกว่าเราต้องเจอเรื่องร้ายๆๆตอนอายุเยอะๆๆ ยอมรับเลยว่า ถ้าอายุเยอะแล้วต้องมาเจอเรื่องร้ายๆๆคงทำใจได้ยากอยู่

วันเสาร์ที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2552

เช็คดวง

ตามคำทำนายจากการดูID CARD
จิงรึป่าวไม่รู้
เก็บข้อมูลไว้เพื่อเปรียบเทียบ
ขอขอบคุณข้อมูลจากเวบดีๆๆอย่าง
ใครอยากพิสูจน์ลองเข้าไปเช็คดวงได้ค่า
แสดงถึงความเด็ดเดี่ยว กล้าทำ กล้าแสดงออก
เป็นผู้นำในหน้าที่การงาน อยู่ในจำพวกแนวหน้า
และ บางครั้งถูกคนอื่นมาขอความช่วยเหลือทั้ง
ทรัพย์สินเงินทอง และคำปรึกษาอยู่ตลอดเวลา
จนทำให้ไม่เป็นตัวของตัวเองเท่าที่ควรแต่
หากไม่พอใจใครแล้ว เขาจะไม่สนใจเลยเด็ดขาด
เป็นจำพวกหยิ่งในศักดิ์ศรีฆ่าได้หยามไม่ได้
ไม่ยอมก้มหัวเพื่อลดศักดิ์ศรีให้ใคร
หากจำเป็นจริง ๆ ยอมให้ได้เพียงกายเท่านั้น
จะมีนิสัยละเอียดอ่อนในเรื่องความรัก
ยอมหมดเปลืองเท่าไหร่ก็ยอมเพื่อความรัก
ในอนาคตหากเป็นนักธุรกิจ จะประสบความสำเร็จ
และสามารถทำงานได้ดีทุกแขนง

ดูทีวีก้อมีประโยชน์

เรื่องเล่าจากเกมกลยุทธ์
ช่างแทงใจเจ้า ยิ่งนัก
เรื่องการแต่งตัว
เค้าว่าคนที่แต่งตัวไม่เป็นแต่ก้อชอบที่จะแต่งตัว
ยังดีกว่าคนที่ไม่ใส่ใจจะแต่งตัวงะ

จะว่าไปคนจะมองก้อดูที่การแต่งตัวเหมือนกานนิ

เจ้าเปนคนไม่ใส่ใจที่จะแต่งตัว
อีกอย่างที่ฟังมาก้อเรื่องธุรกิจนะไม่มีใครแพ้ใครชนะ
มีแต่ว่าดีมากกว่า กะดี
เพราะว่าธุรกิจมีการแข่งขันกานอยู่ตลอดเวลา

ปล.เกมนี้ชอบตาดิวจัง งิงิ

เส้นทางสู่ฝัน

วันนี้ก้อมาขอระบายหน่อย

ตอนนี้อายุก้อตั้งเยอะละ

อยากทำอะไรตั้งหลายอย่าง



แล้วจะว่าไปวันๆๆก้อผ่านไปเร็ว

มั่วแต่คิดๆๆไม่ทำอะไรเลย

แล้วไปถึงฝันป่าวนิ



จะว่าไปตอนนี้ก้อยังไม่ได้จับต้นชนปลายดี

ก้อเลยลงเรียนภาษาอังกฤษก่อนแล้วกาน
เผื่อได้ใช้




ตอนแรกก้อคิดอยู่เหมือนกานว่า
อายุก้อเยอะแล้วยังฟังคนอังกฤษพูดไม่รู้เรื่อง
งั้นเราไปเรียนเพื่อเพิ่มศักยภาพเราเลยดีมะ


ปล. เอารูปมาจากเว็บhttp://www.siamzone.com/board/view.php?sid=1028783
ใครว่างก้อแวะไปดูนะค่ะ เจ้าของกระทู้อตาคนนี้มาก
อิอิ

วันพฤหัสบดีที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2552

ดอง

ข้าพเจ้าดึงรูบมาจากกระทู้นี้http://www.siamzone.com/board/view.php?sid=1025678 ขอบคุณมากเจ้าค่ะ

และเดกคนนี้ก้อเปนอีกหนึ่งแรงบันดาลใจให้อยากไปเที่ยวที่เกาหลีใต้
ซึ่งเค้ามีหลากฤดู เชื่อแน่ว่าที่เที่ยวของเค้าคงสวย

แต่ๆๆๆๆช้าก่อน
เมื่อข้าพเจ้าเพิ่งได้ยินข่าวมาว่า
เกาหลีเหนือจะรบกะเกาหลีใต้
ข้าพเจ้าฟังแล้วคงต้องพักความคิดนี้ไปก่อน
แล้วยังได้ข่าวมาว่าเดกคนนี้จะมาเมืองไทยด้วย
สงสัยจะหนีสงครามที่บ้าน
มาอยู่ที่เมืองไทยเปนการถาวร
หุหุหุ

วันพุธที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2552

เที่ยวสิงคโปร์

แต่ถ้าใครสนใจจะไปเที่ยวสิงคโปร์ก็ต้องไปเว็บนี้เลย
/getting_around/transportation/mrt.html
เว็บนี้เค้าดีจริง
ข้อมูลสิงคโปร์เยอะมากทั้งเรื่องกินอยู่เที่ยว
มีหลายภาษา ให้เลือกอ่าน
บ้านเราน่าจะมีอย่างงี้บ้าง
คนที่มาเที่ยวจะได้ไม่ต้องเหนื่อยหาข้อมูล
แต่จะว่าไปที่เที่ยวของเค้าน้อยกว่าบ้านเรา
อิอิ
ยังไงสะก็อย่างลืมเที่ยวบ้านเกิดตัวเองนะ

เว็บท่องเที่ยว

แหล่งความรู้เพิ่มเติมเรื่องท่องเที่ยว ที่มีทั้งภาพและบทความ
ให้เราได้อ่านได้ชมกันก็ต้องที่นี่
ช้าพเจ้าเข้าไปดูบ่อยมาก
เผื่อว่าสักวันหนึ่งจะได้ไปเที่ยวอย่างที่เค้าไปกัน
ตอนนี้ข้าพเจ้าก็ต้องเก็บหอมรอมริบเงินตราไว้
เมื่อมีโอกาส ข้าพเจ้าจะได้ไม่หลง

aus ที่อยากไป

อยู่ว่างก็หาข้อมูลเล่นๆๆ
ก็เลยเปิดเจอรูปภาพ และประสบการณ์
ของเจ้าของรูปไปเที่ยวที่ออสฯมา
แต่ละภาพก็สวยๆๆทั้งนั้น
นั่งดูจนตาเปียกตาแฉะไปข้างหนึ่ง
เค้าถ่ายรูปมาเยอะมาก
เห็นอยากไปบ้างจัง
ไปเปิดหูเปิดตา
ไปเมืองด้วยงบน้อยๆได้ด้วย
เค้าไปเที่ยวตั้งสองประเทศ
ทำได้ไงเนี่ย
ปล. แอบสับสนตัวเองอยู่เหมือนกันนะเนี่ย
ว่างๆๆจะเอารู)ที่เที่ยวมาลงในบลอกบ้างละ


ชอบคุณผู้ที่ลงรูบแดนบีมไว้ในเวบยูทูป

บังเอิญไปหาเจอพอดีเลยขอมาแปะไว้

แต่ว่าของเว็บรีวิวไปคนละแนวทางกะแดนบีมไปนะเจ้าค่ะ

ไม่นึกว่าจะมีด้วย เราก้อเคยอัดไว้เปนวีดีโอตอนนี้หายไปแล้ว

ขอบคุณคนที่เอามาลงยูทูปด้วย อยากเก็บไว้เปนอย่างงี้มานานแล้ว